มิถุนายน ๒๕๕๓
➜ ความท้าทายอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องของสัดส่วน เพราะตัวบีบนั้น ทุกๆตัวจะดูเสมือนเท่ากันหมด การทำอย่างไรถึงจะแก้ปัญหาความกว้างของพยัญชนะต่างๆ ให้ดูกลมกลืนกัน อย่างเช่นโซนตัวแคบ ข ซ ช และโซนสองจังหวะอย่างตัว ฌ ญ ฒ ผ พ ต้องไม่ทำให้ความกว้างดูสะดุดกับตัวสามัญทั่วๆ ไปที่มีความแคบพอเหมาะ ทักษะการมองเพื่อเกลี่ยน้ำหนักช่วงพื้นที่ขาวในและนอกตัวตัวอักษรจึงเป็นทักษะที่สำคัญที่ปฏิเสธมิได้
ระหว่างทางทีมออกแบบก็ได้ลองสาธิตให้ดูว่า หากพบกันครึ่งทางโดยแอบมีโค้งเพิ่มลงไป(เท่าที่น่าจะรับได้) หากว่าใช้แนวทางดังกล่าวเข้าทำกับ v พิมพ์เล็ก V พิมพ์ใหญ่ นั้นมันจะดูเล่นๆ มากขึ้นเกินพอดี เป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อช่วยให้ลูกค้าเห็นแนวทางที่ตนเองคิดว่าถูกต้อง ทั้งๆ ที่เราเห็นภาพทะลุปรุโปร่งจนเลือกที่จะไม่ทำในแนวนี้ไปแล้วก็ตาม ทำให้ฟอนต์ซีแพคออกมาเหนือความคาดหวังของลูกค้าเล็กน้อย จากวิศวกรเป็นวิศวกรที่สมาร์ทกว่า

การมีอาร์ตไดเร็คชั่นที่ชัดเจนก็คือการมองเห็นภาพงานที่เสร็จสมบูรณ์อย่างทะละปรุโปร่ง เป็นข้อแตกต่างทางประสบการณ์อย่างเห็นได้ชัดของนักออกแบบแต่ละคน การอธิบายหรือโน้มน้าวลูกค้าให้เข้าใจในภาพรวมที่ฉายไว้ในหัวนั้น บางครั้งก็จำเป็นต้องใช้ตัวอย่าง นำมาประกอบกับการเขียนรายงานเรียบเรียง และวาทะที่น่าเชื่อถือ หากลูกค้าเป็นผู้ที่เลือกซื้อของเป็น ก็จะได้กำไรทั้งสองฝ่าย คนทำงานก็มีพื้นที่ท้าทายกับงานได้อย่างเต็มที่ ไม่เสียเวลาแวะอธิบายเรื่องที่ไม่จำเป็น ส่วนตัวลูกค้าเองก็ได้งานคุณภาพ และเกิดสาระความรู้ที่สอดแทรกระหว่างดำเนินงานร่วมกันทั้งสองฝ่าย นักออกแบบของคัดสรรดีมากทุกรุ่นจะถูกสอนว่า หากเราเห็นศักยภาพในการทำความเข้าใจจากตัวลูกค้า เราต้องพยายามทำให้ลูกค้าฉลาดขึ้น
ผมคงยังไม่ใช่ผู้ที่จะทำหน้าที่ตอบว่า ความยากง่ายของตัวโมเดิร์นมีมากหรือน้อยกว่าตัวดิสเพลย์ เพราะซีแพคโมเดิร์น เกิดขึ้นมาในลักษณะย้อนศรกับหลักการออกแบบตัวอักษร โดยสามัญแล้วตัวธรรมดาควรเกิดขึ้นมาก่อนตัวบีบ
สิ่งที่ต้องทำคือ การเพิ่มรายละเอียด(ให้เป็น) ซึ่งทางปฏิบัติยากมากกว่าการตัดทอนรายละเอียด ต้องเพิ่มรายละเอียดให้เกิดขึ้นมาอย่างชอบธรรม ไม่ค้านสายตา ให้ได้ลักษณะการอ่านที่สามารถโยงความสัมพันธ์ตัวคอนเด้นท์ แน่นอนเรื่องขนาดความกว้างนั้นไม่บังคับเหมือนตัวบีบ สัดส่วนก็ต้องเปลี่ยนแปลงทั้งหมด ทำเอาจมกับปัญหาอยู่นานทีเดียว เพราะการใช้หลักคิดแบบคณิตศาสตร์ (ตัวเลขและความถูกต้องตามมาตรวัด) และกฎเข้าไปจัดการกับปัญหา
“บางครั้งก็ต้องใช้ความรู้สึกอย่างเดียวบ้างในการทำงาน” เอกลักษณ์ เคาะให้เห็นกำแพงอีกส่วนที่เราก่อขึ้นมาเสียเอง “ต้องคำนึงถึงคอนทราสเวลาพิมพ์สลับไปมาตามคำสะกดมากกว่าการดูแค่พื้นผิวเวลาเรียง A ถึง Z และ ก ถึง ฮ ยังไงลองคิดถึงตรงนี้ด้วย เพราะในการใช้งานจริงตัวอักษรบางตัวจะได้ใช้มากกว่าบางตัว” อนุทิน กล่าวเตือนทีมออกแบบอยู่ตลอดเวลา สิ่งต่างๆ ที่กล่าวมานี้เองที่แสดงให้เห็นว่าชั่วโมงการทำงานนั้นเข้ามาเป็นตัวแปร
ตัวธรรมดาของซีแพคไม่ได้เป็นการเอาตัวคอนเด้นท์มากางขยายแบบขอไปทีเหมือนการสั่งคำนวณจากคอมพิวเตอร์ เพราะตัวบีบหรือตัวธรรมดานั้นต้องมีความชอบธรรมในแบบของเขา อย่างน้อยการนำไปใช้ก็แตกต่างกัน ดังนั้นหลักการออกแบบจึงต้องแตกต่างกันเป็นธรรมดา หากแต่ยืนอยู่บนความรู้สึกและแนวคิดเดียวกัน
ลักษณะของตัว ซีแพค โมเดิร์น มีความโค้งมนคล้ายๆ กับตัวดิสเพลย์ แต่การเข้าองศานั้นแตกต่างกันอยู่มาก โดยเฉพาะภาษาไทยจะดูละมุนกว่าตัวบีบ จำเป็นต้องลดความแคบของความโค้งให้น้อยกว่า เพื่อสร้างความชอบธรรมสำหรับความกว้างที่เพื่มขึ้น เหมือนรัสมีการตีวงที่ต้องใช้พื้นที่มากขึ้นนั่นเอง ในช่วงหยักของ ต เต่า เป็นจุดที่มีปัญหาพอสมควรทีเดียว ต้องใช้เวลาแก้ไขอยู่นาน เพราะหากยึดตามแนวคิดของตัวบีบเพียงเล็กน้อยก็จะเพี้ยนไปอย่างมาก ต เต่า เป็นตัวหนังสือที่ใช้บ่อย หากไปปรากฏในบรรทัดก็จะชวนสะดุดหากโค้งหยักในตัวกว้างออกมาแล้วดูเหมือนทำการบ้านน้อย จะพาลให้ดูไม่น่าเชื่อถือ

ทางด้านช่องไฟของ ซีแพค โมเดิร์น ก็ย่อมต้องปรับตามเพื่อความเหมาะสม เพื่อให้สนองกับลักษณะของตัวอักษรแต่ละตัว ในขณะที่ ซีแพค ดิสเพลย์ ที่ดูผิวเผินค่อนข้างจะเป็นช่องว่างเดี่ยว (แต่ในความเป็นจริงก็ไม่ใช่ทั้งหมด) เป็นลักษณะของตัวบีบที่เป็นระบบระเบียบมากกว่าตัวความกว้างธรรมดา ในการจัดช่องไฟระยะห่างแบบนี้ เมื่อทดลองพิมพ์เป็นประโยคก็สามารถอ่านได้อย่างราบเรียบไม่รู้สึกเหมือนมีช่องโหว่ แต่กรณีของ ซีแพค โมเดิร์น นั้นต่างกันทางกายภาพ จึงต้องละเรื่องการพยายามจำกัดชุดขนาดความกว้างของตัวอักษรให้เป็นค่าเดี่ยว
จากฟอนต์ซีแพคและเรื่องที่ยกมาทั้งหมดนี้ ก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของการแก้ปัญหาโดยใช้ความคิดอย่างเป็นระบบ การขบคิด ความคาดหวัง การมองเห็นอย่างทัศนวิสัย รวมๆเรียกว่า จำนวนชั่วโมงบินที่ คือกำแพงแบ่งสองฝั่ง ระหว่างมืออาชีพ กับผู้ที่คิดว่าตนเป็นมืออาชีพ การสรุปความต้องการจากลูกค้าเข้าสู่กระบวนการคิด วิเคราะห์ แยกแยะ ของนักออกแบบตัวอักษร ก็ไม่แตกต่างกับนักออกแบบแขนงต่างๆ ที่ใช้หลักการพื้นฐานคล้ายๆ กัน คนส่วนใหญ่มักมีคำถามในทำนองที่ว่า “การออกแบบตัวอักษรต้องคิดด้วยหรือ?” คำตอบก็คือ มีและมีความซับซ้อนเสียด้วย เป็นการแก้ไขปัญหาปลีกย่อยที่คนทั่วไปมองไม่เห็นอีกมากมาย คุณอาจจะรู้สึกได้จากการอ่านข้อความผ่านแบบตัวอักษรที่เรียงร้อยเป็นประโยค แต่ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไรที่ทำให้เรารู้สึกเช่นนั้น
การทำลายกำแพงคอนกรีตซีแพคทำให้ผมเข้าใกล้จำนวนชั่วโมงสะสม จากคนที่คิดอยากทำแบบตัวอักษรเพียงอย่างเดียว จนได้เข้าใจการออกแบบตัวอักษรในอีกขั้น หลังมีชั่วโมงบินสะสมก็เหมือนเราละเอียดและละเมียดขึ้น โดยทั่วไปชีวิตจริงของการทำงานช่วงแรกหลังจากเรียนจบ ใช้เวลาเพียงสามถึงหกเดือนในการติดป้ายตนเองเป็นมืออาชีพ หรือความรวยด้วยเหตุผลหลายๆ อย่างที่เข้าข้างตนเองให้เรารู้สึกว่าเป็นมืออาชีพ ชั่วโมงการทำงานในกรอบสามถึงหกเดือน เป็นจำนวนน้อยมากหากเทียบกับทฤษฎีของ มัลคอล์ม แกลดเวลล์ แต่อย่างไรก็ดี การเข้ามาอยู่ในสายงานอาชีพเป็นขั้นตอนที่ต้องผ่านอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การก่อกำแพงทัศนคติเกี่ยวกับความเป็นมืออาชีพที่เร็วเกินไป อาจทำให้เราพลาดการเก็บเกี่ยวอะไรดีๆหลายอย่าง ที่สำคัญอาจพลาดจากความผิดพลาด แถมยังก่อกำแพงคอนกรีตคุ้มกันชั้นดีขังตนเองไว้รอบด้าน





