Showing posts with label Computer Arts. Show all posts
Showing posts with label Computer Arts. Show all posts

Best selection of the decade

บทความคัดลอกจาก นิตยสารคอมพิวเตอร์อาร์ต เขียนขึ้นจากบทสนทนาระหว่าง ณัฐจรัส เองมหัสสกุล บรรณาธิการนิตยสาร และทีมออกแบบของ คัดสรร ดีมาก ซึ่งได้รับเลือกจาก นิตยสารคอมพิวเตอร์อาร์ต (ประเทศไทย) ให้เป็นหนึ่งในสิบนักออกแบบ/กลุ่มนักออกแบบ ที่ทรงอิทธิพลที่สุดในรอบทศวรรษที่ผ่านมา



➜ คัดสรร ดีมาก กำเนิดขึ้นอย่างเป็นทางการมาแล้ว 8 ปีเต็ม จากชายหนุ่ม 3 คนที่มีแบ็กกราวน์และ มีรสนิยมทางความคิดคล้ายๆ กันคือ อนุทิน วงศ์สรรคกร พงศ์ธร หิรัญพฤกษ์ และอีกคนเป็นนักประชาสัมพันธ์ คือบุรินทร์ เหมทัต เมื่อแง้มดูแฟ้มพอร์ตโฟลิโอหนาปึ้กที่บรรจุรายชื่อลูกค้าระดับบิ๊กยาวเหยียดกว่า 100 ราย เราก็ได้เห็นว่าแบบอักษรที่ถูกคัดสรรมาอย่างดีนั้นปรากฏ ให้เราเห็นบนใบแจ้งค่าบริการมือถือ โทรศัพท์ผ่านทางไกล บทความในนิตยสารหลายหัว หรือแม้แต่บนป้ายห้างค้าปลีก ซึ่งนอกจากจะทำให้บรรยากาศในชีวิตประจำวันของเราตลบอบอวลไปด้วยฟอนต์ร่วมสมัยแล้ว ไม่ว่าจะตั้งใจหรือไม่ คัดสรร ดีมากก็ส่งกระแสทำให้ Custom Font ถูกปัดฝุ่นและปรับทัศนคติ จนทำให้ดีไซเนอร์และเจ้าของแบรนด์เห็นความสำคัญของฟอนต์ในลักษณะนี้มากขึ้น

“Custom Typeface มีมาตั้งนานแล้ว แต่อยู่ดีๆ ก็หายไปจากบ้านเรา ทำให้ไม่มีใครคิดว่าต้องมี Corporate Typeface จึงใช้ฟอนต์ที่มีอยู่แล้ว ถ้าจะบอกว่าเรา Introduce Custom Typeface ก็คงไม่ถูกนัก เรียกว่า reintroduce Custom Typeface จะเหมาะกว่า ที่เป็นอย่างนั้นก็เพราะว่าเราให้ความรู้กับบริษัทเจ้าใหญ่ๆ ให้เขาเข้าใจว่าเขาสามารถทำให้อัตลักษณ์ขององค์กรเขาไปได้ไกลกว่าที่เป็นอยู่ได้” อนุทิน วงศ์สรรคกร หัวเรือใหญ่อธิบายให้เราฟังอย่างชัดเจนถึงบทบาทของคัดสรร ดีมาก ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และถ้าความเข้าใจของลูกค้าและดีไซเนอร์เพิ่มขึ้นมาแล้ววิธีการทำงานของดีไซเนอร์เปลี่ยนไปอย่างไรบ้างเราสงสัย “พอกราฟิกดีไซเนอร์เห็นฟอนต์หรือวิธีการแก้ปัญหาแบบใหม่ เขาก็จะเริ่มชินกับการรับแบบตัวอักษรใหม่ๆ มากขึ้น และพอเริ่มคุ้น ห หีบ ก็เป็นไปได้หลายแบบมากขึ้น เพราะคนรับได้มากขึ้นแล้ว ทำให้การออกแบบในยุคหลังถูกพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ” เอกลักษณ์ เพียรพนาเวชไทป์ไดเร็กเตอร์กำลังสำคัญของคัดสรร ดีมากที่ครบเครื่องทั้งงานบู๊และบุ๋น เจ้าของฟอนต์ Kiriya (กิริยา) ฟอนต์ Krart (คราส) และเจ้าของรางวัลจากหลายเวทีแบบนับกันจนเมื่อยนิ้วให้ความเห็น

“ผลพลอยได้คือไทป์เฟซมันมีบทบาทกับงานออกแบบมากขึ้น Play better role ดีไซเนอร์ในสมัยนี้เริ่มให้ความสำคัญกับการเลือกฟอนต์เพื่อให้มีสำเนียงที่เหมาะกับเลย์เอาต์มากขึ้น และเมื่อคนเริ่มมองหา คนก็มองมาที่ฟอนต์ของคัดสรร ดีมาก หนึ่งคือต้องการความสดใหม่ สองคือมันสามารถตอบโจทย์กับเลย์เอาต์ได้ ซึ่งเราตั้งใจออกแบบตัวหนังสือภาษาไทยที่ไปด้วยกันได้กับเลย์เอาต์สากลมากขึ้น” อนุทินอธิบายถึงผลของการเปลี่ยนแปลง แล้วหันมาถามเอาความเห็นกับ ศุภกิจ เฉลิมลาภ “คนในรุ่นปัจจุบันเปิดรับมากขึ้น แล้วก็สามารถอ่านอักษรภาพได้เข้าใจมากขึ้น โดยไม่ต้อง ตีความซํ้าอีก เช่นเห็นตัวที่คล้ายตัว K ก็เห็นเป็น ห ได้ง่ายขึ้น” ผู้คร่ำหวอดอยู่ในแวดวงการพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์ฟอนต์มากว่า 10 ปี และหนึ่งในกำลังสำคัญในด้านเทคโนโลยีของคัดสรร ดีมาก เสริม

“เหมือนเราทำกับข้าว แล้วมีวัตถุดิบใหม่ๆที่เราไม่เคยใช้ในงานมาก่อน ทำให้กับข้าวของเรามีรสชาติอีกแบบหนึ่ง ก่อนหน้านี้มันอาจจะเป็นวัตถุดิบแบบที่เขาเคยคุ้นชิน พอมีวัตถุดิบประเภทใหม่เข้ามา มันก็เลยทำให้คนปรุงอย่างกราฟิกดีไซเนอร์ปรุงจนเกิดรสชาติใหม่ ที่จัดจ้านไม่คุ้นลิ้น” อนุทินเปรียบเทียบให้เห็นภาพแบบชัดๆ “แรกๆ อาจจะไม่คุ้นลิ้น แต่พอชิมไปเรื่อยๆก็คงเริ่มรู้สึกว่ามันอร่อยเหมือนกันนะ จนตอนนี้อาจจะถามหาด้วยซํ้า” ศุภกิจกล่าวเพิ่ม

เทคโนโลยีใหม่ในทศวรรษหน้าจะเปลี่ยนแปลงการทำฟอนต์ไปอย่างไรบ้าง เราโยนคำถามทิ้งกลางวง “พอทำฟอนต์ได้ง่ายขึ้นงานก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เมื่อระบบเปลี่ยนจากการใช้ฟอนต์ระบบเก่าที่มันเป็น 1 Bit 256 ช่องในตัว เปลี่ยนเป็น 2 Bit ก็เลยกลายเป็น 60,000กว่าตัว คราวนี้ก็อยู่ที่ว่าเราจะใส่ลงไปมากน้อยแค่ไหน ก็กลายเป็นว่างานก็เพิ่มขึ้น อีกส่วนที่เพิ่มเข้ามาแต่ยังไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ก็คือ OpenTypeจริงๆ แล้วในหนึ่งฟอนต์มันสามารถมี ก ไก่ หลายๆ แบบ อาทิเช่น ในหนึ่งฟอนต์สามารถมี ก.ไก่ได้หลายแบบ ในบางฟอนต์มีเทคนิคเหล่านี้ แต่คนอาจจะไม่ค่อยสังเกตกัน”

เมื่อเอกลักษณ์พูดถึงความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีให้ฟังจบก็เล่าต่อว่าเขาเป็นอาจารย์ตรวจธีสิสให้กับนักศึกษา ซึ่งพบว่านักศึกษาอย่างน้อยปีละหนึ่งคนจะเลือกออกแบบไทป์ดีไซน์มาติดต่อกัน 5 ปีแล้ว คำถามว่าเด็กเหล่านั้นหายไปไหนจึงเกิดขึ้น “ตอนเรียนอาจจะมีความสนใจเรื่องไทป์ดีไซน์ แต่พอลงมือทำจริงๆ แล้วใจมันไม่ยาวพอ ก็เลยไปดีกว่า” อนุทินให้ความเห็นโดยยกคำว่าใจไม่ยาวพอจาก อ.มานพ ศรีสมพร ให้ฟัง แล้วก็เล่าอีกมุมให้เราได้รู้ “อีกประเด็นหนึ่งคือเมื่อออกมาเจอความจริงข้างนอกแล้วพบว่าตลาดมันไม่ใหญ่มาก ซึ่งเราทำตลาดอยู่ เลยรู้ขนาดของตลาดว่าใหญ่เท่าไหร่ มันอาจจะไม่มีพื้นที่พอสำหรับบริษัทอย่างคัดสรร ดีมาก อีกสัก10 ที่ เพราะตลาดไม่ได้ใหญ่มากขนาดนั้น พอเขาเรียนจบออกมา อยากทำงานด้านนี้ แต่ไม่รู้จะเลี้ยงตัวเองอย่างไร เลยอาจจะกลับไปทำกราฟิกดีไซน์ ซึ่งพอไปทำกราฟิกดีไซน์แล้ว ก็อาจจะไม่ยูเทิร์นกลับมาอีกเลยก็ได้”

ระหว่างทางการคุยอย่างออกรสมีคำว่า‘ความเสถียรของแบบ’ แทรกสะดุดหูขึ้นมา เอกลักษณ์รับอาสาอธิบายคำนี้ “เนื่องด้วยงานออกแบบไทป์ต้องใช้เวลาในการออกแบบมากพอสมควร ทำให้ราคาสูงขึ้นตามไปด้วย จึงทำให้ ลูกค้าคาดหวังค่อนข้างมากว่าเขาจะได้งานที่คุ้มค่ากับสิ่งที่เขาจ่ายไป เวลาที่เขาจะจ้างก็เลยไม่กล้าจ้างคนที่ไม่ค่อยมีประสบการณ์สักเท่าไหร่เพราะในเรื่องของไทป์ดีไซน์ก็มีเรื่องของเทคนิครวมอยู่ด้วย” ศุภกิจจึงเล่าเสริมว่า “ไฟล์ฟอนต์ที่เราทำไม่ใช่แค่ออกแบบหน้าตาแล้วจะเสร็จมันต้องเซ็ตอัพตัวฟอนต์ให้รองรับกับระบบทุกระบบได้ บางทีโปรแกรมเดียวกันแต่คนละ OS ก็ใช้การตั้งค่าที่แตกต่างกัน มันเป็นเรื่องที่ลึกลงไปมากกว่าการออกแบบ ถ้าเราทำอาหารกินเอง มีหมู มีผัก ก็หั่นๆ ผัดๆ ให้มันสุกก็กินได้ แต่ถ้าทำสำหรับขายก็ต้องทำให้ถูกปาก สะอาด มีอนามัย”

“มันไปเกี่ยวกับเรื่องของภาษาด้วย คนออกแบบต้องมีใจเป็นกลาง ต้องรู้ว่าฟอนต์นั้นข้ามเส้นของการอ่านได้ไปหรือยัง มันต้องรู้ความพอดี ซึ่งถ้าเปลี่ยนแปลงรูปแบบแบบกระทันหัน อาจจะทำให้คนอ่านช็อกเกินไป เราต้องทำในจุดที่ยอมรับได้ด้วย” อนุทินเสริมประเด็น

ระยะหลังมานี้ คัดสรร ดีมาก รุกคืบเรื่องการให้ความรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการออกแบบไทป์มากขึ้น เห็นได้จากคอร์สเวิร์กช็อปและงานสัมมนา BITS MMX ซึ่งเป็นงานสัมมนาระดับอินเตอร์ในหัวข้อไทโปกราฟีครั้งแรกของเมืองไทย “ผมอยากให้มันเป็นระบบเปิด ไม่ใช่เป็นศาสตร์สนธยา ก่อนหน้านี้คนอาจจะมองว่าเป็นเรื่องของเทคนิคอย่างเดียว แต่จริงๆ แล้วเราจะบอกว่ามันเป็นเรื่องของการดีไซน์ที่ควรให้ความสำคัญกับสัดส่วน คุณภาพของการดรอว์อิ้ง การแก้ไขปัญหาของแบบให้สอดคล้องกับลักษณะงาน การได้มาซึ่งคอนเซ็ปต์ของฟอนต์แต่ละชุด และเอาต์ไลน์ มากกว่าเทคนิค ซึ่งถ้าเราเจอคนที่คลิกเราก็จะได้บุคลากรใหม่ๆ เพิ่มขึ้น คนที่เรามองหาอยู่คือคนที่ต้องมาด้วยชุดความคิดอีกกรอบความคิดหนึ่งซึ่งไม่ใช่ชุดเดียวกันกับ คัดสรรดีมาก แล้วเราคงจะรู้สึกว่าคนนั้นน่าจับตาและสดใหม่” อนุทินกล่าวถึงความตั้งใจในปีต่อๆ ไปของพวกเขา

ไปด้วยกันอย่างขัดแย้ง

วิชุดา เครือหิรัญ
กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

➜ จากคอลัมน์ Brief Encounter นิตยสารคอมพิวเตอร์อาร์ต ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ภายใต้ชื่อบทความ The making of 3DWorldTHA ขั้นตอนก่อนการมาถึงของฟอนต์ที่ชื่อ 3DWorldTHA



The creative - คัดสรรดีมาก ดีสทริบิวชั่น
ฟอนต์ภายใต้การดูแลของคัดสรรดีมากดีสทริบิวชั่น (หรือที่เคยรู้จักกันในนาม พฤติกรรมตัวอักษร) ออกสู่สายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรกในปี 2539 พวกเขาเป็นบริษัทผู้แทนจำหน่ายฟอนต์ภาษาไทยที่รวบรวมนักออกแบบตัวอักษรชั้นนำที่มีประสบการณ์อย่างข้นคลั่กเอาไว้ ซึ่งมีเอกลักษณ์อยู่ที่การผสมผสานความร่วมสมัยเข้ากับการออกแบบที่ได้มาตรฐาน และมีการจัดการแบ่งปันผลอย่างเป็นธรรมอีกด้วย

The project - 3D WORLD & ImagineFX Thai Edition
เมื่อมีการรวมตัวกันของนิตยสารที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการออกแบบ คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี อย่าง 3D WORLD และ ImagineFX ในเวอร์ชั่นภาษาไทยทั้งที ทีมงานก็ตั้งใจเลือกสรรตัวอักษรไทยแบบใหม่เพื่อใช้ในเล่มโดยเฉพาะ ซึ่งนิตยสาร 3D WORLD ฉบับอังกฤษเลือกแบบตัวอักษรละตินประจำเล่มเพื่อสร้างภาพลักษณ์ คือฟอนต์ WeddingSans ที่ออกแบบโดย Andrea Tinnes จาก Typecuts งานออกแบบฟอนต์ไทยตัวใหม่เพื่อใช้กับนิตยสาร 3D WORLD & ImagineFX ในฉบับภาษาไทย จึงเกิดจากโจทย์หลักๆ 2 ประเด็น คือ แบบตัวอักษรไทยที่สอดคล้องกับ Wedding Sans บวกกับอีกหนึ่งโจทย์คือทางนิตยสาร 3D WORLD & ImagineFX ถูกใจฟอนต์ “อุตสาหกรรม” (UtSaHaGumm) ที่ออกแบบโดยอนุทิน วงศ์สรรคกร จากทางคัดสรรดีมาก ซึ่งเป็นแบบตัวอักษรไทยที่มีลักษณะโครงสร้างเป็นสี่เหลี่ยมมุมมน ให้ความรู้สึกถึงความเป็นเทคโนโลยี นั่นคือโจทย์ตั้งต้นสำหรับโปรเจ็กต์นี้

“ต้องเกริ่นก่อนว่าปกติแล้วทางคัดสรรดีมากรับงานคอสตอมหรือฟอนต์เพื่อองค์กรค่อนข้างหลากหลาย งานออกแบบฟอนต์ประเภทนี้จะต่างออกไปจากการจำหน่ายสิทธิหรือที่เรียกกันทั่วไปว่าฟอนต์สำหรับขาย คอสตอมมีโจทย์ ซึ่งโจทย์ที่ว่าจะแตกต่างออกไปตามแต่ละองค์กร” เอกลักษณ์ เพียรพนาเวช ไทป์ดีไซเนอร์ผู้รับผิดชอบงานนี้เริ่มต้นเล่าก่อนบอกต่อว่า “บางโจทย์ลูกค้าอาจจะไม่มีภาพในใจหรือไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ก็เป็นหน้าที่เราที่จะต้องทำการศึกษา วิเคราะห์บุคลิกลักษณะ วิธีคิด วัฒนธรรมขององค์กร เพื่อที่จะนำเสนอแบบตัวอักษรใหม่ ให้ตรงกับภาพลักษณ์ที่ต้องการจะสื่อสารจากองค์กรนั้นๆ หรือบางองค์กรอาจจะมีภาพในใจอยู่ก่อนแล้ว เช่น บริษัทแม่ที่เมืองนอกเลือกหรือสั่งทำฟอนต์ละตินชุดใดชุดหนึ่งในการสร้างแบรนดิ้ง จึงต้องการแบบตัวอักษรไทยที่สอดคล้องเป็นบุคลิกเดียวกัน”

ขนบธรรมเนียมปกติที่คุ้นเคยของการออกแบบตัวอักษร คือ การสร้างโครงสร้างตัวอักษรที่เป็นโครงสร้างแบบเดียวกันเพื่อให้ชุดอักษรนั้นดูกลมกลืนกันมากที่สุด แต่แนวคิดนั้นกลับไม่ใช่สำหรับ WeddingSans “ผมว่ามันเหมือนการเอาตัวอักษร 2 บุคลิกมาแต่งงานกันเลย” เอกลักษณ์บอกติดตลก ขณะเห็นตัวอักษรนี้เป็นครั้งแรกโดยการคาดเดาจากชื่อ

จากการทำการศึกษาถึงแบบตัวอักษรละตินชุดนี้ ทำให้เห็นว่ามีโครงสร้างหลักๆ ในชุดอักษรร่วมสมัยนี้ อยู่ 2 โครงสร้าง คือ ลักษณะโครงสร้างที่เป็นสี่เหลี่ยมมุมมนตามรูปแบบนิยมสำหรับงานที่ต้องการสื่อสารถึงความทันสมัยและเทคโนโลยี ซึ่งส่วนนี้มีความละม้ายกับฟอนต์อุตสาหกรรมของเรา แต่ที่แปลกออกไปจากปกตินิยมคือ มีอีกโครงสร้างที่ผสมอยู่คือ ลักษณะตัวอักษรที่เป็นลักษณะกลมที่ต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งทั้งสองโครงสร้างที่ต่างกันนี้ ถูกเลือกออกแบบให้มีปริมาณตัวอักษรที่ใกล้เคียงกัน รวมทั้ง ตัวละตินพิมพ์ใหญ่ (capitals) ที่ค่อนข้างผอม กับ ตัวพิมพ์เล็ก (lowercase) ที่ค่อนข้างกว้างซึ่งขัดแย้งกัน

สิ่งเหล่านี้คือประเด็นสำคัญที่ทางทีมออกแบบของคัดสรรดีมาก คิดว่าควรจะนำเสนอให้ทางทีมของนิตยสาร 3D WORLD & ImagineFX Thai Edition ให้เข้าใจตรงกันในประเด็นแรกก่อนที่กระบวนการออกแบบจะดำเนินต่อไป การอ่านการออกแบบจากต้นแบบละตินจึงมีความสำคัญมาก ฉะนั้นเราจึงต้องเข้าใจตรรกะของตัวละตินก่อน

ที่จริงแล้ว แนวคิดเรื่องการนำโครงสร้างตัวอักษรสองตัวมาผสมผสานกันไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ส่วนใหญ่แล้วแบบตัวอักษรที่ถูกออกแบบใหม่นั้นจะถูกออกแบบให้กลมกลืนกัน แต่เพราะ Wedding Sans ชุดนี้ได้อิทธิพลมาจากงาน Family Affair: a family album of font marriages ซึ่งเป็น MFA Thesis Project ที่ CalArts ของ Andrea Tinnes เอง เป็นโปรเจ็กต์ที่เอาแบบตัวอักษรแต่ละคู่มาผสมหรือแต่งงานกันเหมือนที่เอกลักษณ์เกริ่นไว้ ความคิดที่จะให้ตัวอักษร 2 โครงสร้างที่ต่างกันอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่เกิดจากความผิดพลาดทางการออกแบบอย่างแน่นอน แต่การเลือกที่จะกระจายบุคลิกว่าตัวใดเหลี่ยมตัวใดมนนั้นถูกพิจารณาโดยตรรกะใด?

เราพยายามหาแนวความคิดเพื่อจับจริตดังกล่าวมาใช้เป็นแนวทางในการกระจายลักษณะเด่นสองประเภทในฟอนต์ชุดนี้ ระบบตัวนำค้านกับตัวตาม ถูกนำมาใช้ได้อย่างไม่ขัดเขินมากเพราะการออกแบบภาษาไทยมีแนวคิดเรื่องนี้อยู่บ้างอย่างเช่นในชุดของ พ ฟ ผ ฝ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทั้งสี่ตัว ตัวอักษรบางตัวไม่ได้ใช้โครงสร้างเดียวกัน Christian Schwartz ตั้งข้อสังเกตไว้ว่าอาจจะไม่ได้มีการแบ่งสัดส่วนแบบคณิตศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งสนับสนุนความคิดของเอกลักษณ์และอนุทิน ที่ว่า น่าจะเป็นในเรื่องของการกระจายความสมดุลให้กับสองบุคลิกเมื่อพิมพ์เคล้ากันมากกว่า ซึ่งไม่ได้หมายความถึงสัดส่วน 50 : 50 เสมอไป เพราะตัวอักษรบางกลุ่มเราจะพบเห็นได้บ่อยกว่าที่เหลือ เมื่อทำความเข้าใจกับแนวคิดนี้ที่ถ่ายทอดผ่านตัวอักษร Wedding Sans ทางคัดสรรดีมากจึงคิดว่า เราควรที่จะคงเจตนาของนักออกแบบเดิมไว้ขณะที่ออกแบบตัวอักษรไทย

ในกระบวนการออกแบบหลังจากทำความเข้าใจกับโจทย์ เนื่องจากเรามีแบบตัวอักษรไทยที่ชื่อ ‘อุตสาหกรรม’ เป็นโครงตั้งต้น จากนั้นเราเริ่มจากการหาโครงสร้างสัญฐานหลักของตัวอักษรไทยและปรับให้เข้าและพอดีกันกับตัวละตินที่มีความกว้างหลากหลายของตัวพิมพ์ใหญ่เล็กที่ขัดกัน รวมถึงการปรับหาความหนาบางของตัวอักษรเมื่อใช้ร่วมกันกับละติน ซึ่งส่วนนี้เป็นงานปกติที่นักออกแบบตัวอักษรต้องคำนึงเป็นอันดับต้นๆ แน่นอนสิ่งที่ท้าทายสำหรับงานโปรเจ็กต์นี้คือ การเลือกตัวอักษรที่จะให้ตัวไหนมีโครงสร้างแบบเหลี่ยม และตัวไหนให้โครงสร้างกลม ซึ่งต้องคำนึงถึงปริมาณขณะใช้งานให้เกิดพื้นผิวที่ตื่นเต้นอย่างสมดุล เพราะงานออกแบบฟอนต์สิ่งที่มีอิทธิพลต่อผลลัพธ์ปลายทางนั้นก็คือ นักออกแบบที่นำไปใช้ ซึ่งเราเชื่อว่า อาร์ตไดเร็กเตอร์ของ 3D WORLD ประเทศอังกฤษ ตั้งใจเลือกแบบตัวอักษรที่แปลกใหม่นี้มาตั้งต้น น่าจะเป็นเพราะมองเห็นอะไรบางอย่างในแบบตัวอักษรชุดนี้ที่ท้าทายคนอ่าน

การค้นคว้าข้อมูลและวิเคราะห์โจทย์อย่างจริงจัง โดยใช้ความรู้เรื่องการออกแบบตัวอักษรเป็นตัวช่วย คือสิ่งที่ทำให้ทางคัดสรรดีมากเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในงานด้านนี้อย่างไร้ข้อสงสัย

Computer Arts (Thai Edition) : Interview (Part 2)

ณัฐจรัส เองมหัสสกุล
ตุลาคม ๒๕๕๒

(ตอนที่ ๒)
บทสัมภาษณ์ อนุทิน วงศ์สรรคกร จากนิตยสาร คอมพิวเตอร์อาร์ต ฉบับภาษาไทย ประจำเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๒ Computer Arts (Thai Edition) Issue 07 – November 2009 / Typography Issue

นั่นก็หมายถึงว่าเราไม่สามารถบอกได้ด้วยหรือเปล่าว่าฟอนต์ไหนเรียกว่าฟอนต์ที่ไม่ดี
แบบตัวอักษรที่เรียกว่าไม่ดีในความเข้าใจของคนทั่วไป ต้องประกอบกับคนใช้ไม่ได้เรื่องด้วย จึงจะแสดงผลว่าแบบตัวอักษรนี้ไม่ดีจริง ไม่ดีในที่นี้คือไม่เหมาะสมกับงาน แบบตัวอักษรที่ลงความเห็นกันว่าดีแต่จัดวางได้ไม่ดี ไม่มีทักษะ งานก็ออกมาไม่ดีได้เช่นกัน ในขณะที่แบบตัวอักษรบางตัวที่ดูจะไม่เข้าท่า แต่ถ้านักออกแบบสามารถรู้จักเลือกหยิบมาใช้ได้อย่างแยบยล ก็สามารถทำให้แบบตัวอักษรนั้นน่าสนใจได้ จะเห็นว่าผมใช้คำว่าแบบตัวอักษรไม่ใช่ “ฟอนต์” เพราะมันเป็นคนละเรื่องกัน เรามักใช้คำว่าฟอนต์แทนคำว่า “แบบตัวอักษร” ซึ่งที่จริงแล้วไม่ถูกต้องเสียทีเดียวนัก เพราะฟอนต์คือนิยามของแบบตัวอักษรที่ถูกนำมาโปรแกรมด้วยค่าต่างๆ ให้สามารถใช้งานได้ในลักษณะของซอฟแวร์ ฉะนั้นในกรณีของ“ฟอนต์” ที่ไม่ดี คือฟอนต์ที่ทำออกมาแย่ทั้งทางแบบและทางโปรแกรมเทคนิค ซึ่งมันก็ไม่อำนวยให้เกิดการจัดวางที่ดี



แล้วไทป์พอกราเฟอร์ที่ดีต้องเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ที่ดีด้วยหรือเปล่า
ไทป์พอกราเฟอร์หรือคนจัดวางตัวอักษรที่ดีก็คือนักออกแบบกราฟิกที่ดีด้วย ผมว่ากราฟิกดีไซเนอร์ที่ดีก็ควรจะจัดตัวหนังสือได้ดี เพราะมันคือเรื่องพื้นฐานของการออกแบบกราฟิก เรื่องของเรื่องคือนักออกแบบกราฟิกจำนวนมากเล่นกับตัวอักษรไม่ค่อยเป็น ไทป์เพลย์เลยเป็นจุดที่ทำให้ไทป์พอกราเฟอร์ต่างจากกราฟิกดีไซน์เนอร์ธรรมดา อย่าสับสนว่าไทป์พอกราเฟอร์คือไทป์ดีไซน์เนอร์ อย่างแรกคือคนใช้ อย่างหลังคือคนทำ ผมว่าไทป์ดีไซน์กับกราฟิกดีไซน์มันเป็นคนละเรื่องในมิตินึง แต่มันเป็นเรื่องเดียวกันในอีกมิตินึงสำหรับสมัยนี้ คือเป็นคนละเรื่องแต่แยกออกจากกันไม่ได้

การออกแบบฟอนต์สไตล์ ‘อนุทิน’ และ ‘คัดสรรดีมาก’ ล่ะต้องประกอบไปด้วยอะไรบ้าง
สไตล์เหรอครับ? สไตล์ชัดเจนจะเป็นปลายเหตุที่ส่งเป็นภาพมาจากวิธีคิดที่ชัดเจนและคงที่ น่าจะมาจากการที่เราพยายามจะเสนอวิธีคิดฟอร์มใหม่ พื้นผิวใหม่ ในภาษาไทยเรา เราใส่ความท้าทายของฟอร์มตัวอักษรที่สามารถทำความเข้าใจได้ แต่อาจจะดูค้านสายตาเพราะความไม่คุ้นชิน เรียบง่ายแต่จะมีความไม่ธรรมดาซ่อนอยู่เพื่อให้พิจารณา พยายามดันกรอบจำกัดทางการอ่าน อันนี้ผมสรุปเองจากเสียงสะท้อนจาก พี่ๆน้องๆในแวดวงการออกแบบ ผมได้คอมเม้นท์บ่อยทุกครั้งที่เราออกอะไรมาใหม่ เดี๋ยวนี้ก็เห็นมีฟอนต์ใหม่ๆที่เดินมาในแนวนี้ จนมีคนเข้าใจผิดติดต่อมาที่เราโดยคิดว่าเป็นคอลเล็คชั่นของคัดสรรดีมาก ตัวอย่างนี้สะท้อนให้เห็นว่ามันมีบางประการที่เป็นภาษาทางการออกแบบของเราที่คนจำได้

นอกจากเรื่องดีไซน์แล้ว เรายังเห็นว่า คัดสรรดีมาก ยังมีจุดแข็งในเรื่องการบริหารจัดการทางธุรกิจด้วย ตอนนี้มันเดินไปทิศทางไหน
เราเข้ามาในธุรกิจนี้ในพื้นที่ของฟอนต์เพื่อองค์กรหรือที่ติดปากว่าคอสตอมฟอนต์ ความเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญในการทำฟอนต์องค์กรทำให้เราแตกต่างจากค่ายอื่นโดยสิ้นเชิง เพราะมันไม่ได้เป็นการแค่รับโจทย์มาออกแบบเพื่อให้สอดคล้องกับองค์กรนั้นๆ คอสตอมฟอนต์ในความหมายของเรากินความไปถึงวัฒนธรรมขององค์กร เราทำงานร่วมกับบริษัทหรือเอเจนซี่ที่ดูแลเรื่องแบรนดิ้ง มิติของงานนั้นกินใจความไปถึงการเป็นที่ปรึกษาในฐานะผู้เชี่ยวชาญและผู้แก้ปัญหาเกี่ยวกับภาพลักษณ์องค์กรที่ผูกพันกับแบบตัวอักษร คือเราให้ความสำคัญกับการได้มาซึ่งแบบที่ตอบโจทย์โดยแท้จริง มันเกินกว่าที่คนทั่วไปเข้าใจความหมายของการสั่งทำฟอนต์

ในช่วงปีสองปีที่ผ่านมาเราเริ่มทำตลาดรีเทลไลเซ้นท์ฟอนต์อย่างจริงจัง ซึ่งจะเห็นได้จากการเกิดขึ้นของ คัดสรรดีมาก ดีสทริบิวชั่น สำหรับตลาดรีเทลเรามองธุรกิจฟอนต์เป็นระบบเปิด ตรงข้ามกับที่เป็นอยู่โดยสิ้นเชิง ก็เพราะประเทศเรามองว่ามันเป็นระบบปิดกันมาตลอด ทั้งในเรื่องขององค์ความรู้ และเรื่องของการบริหารจัดการเชิงธุรกิจ เราจึงขาดแคลนฟอนต์ใหม่ๆใช้กัน อย่างที่นักออกแบบบ้านเราบ่นๆกันมาโดยตลอด มันไม่ใช่แค่ปริมาณที่เราต้องการ เราต้องการฟอนต์ที่ร่วมสมัยจริงๆ สอดคล้องกับการออกแบบที่เกิดขึ้นจริง สไตล์ของฟอนต์ถ้ามันไม่สอดคล้องกับสไตล์ของกราฟิกดีไซน์ แล้วคุณจะสร้างงานกราฟิกที่ร่วมสมัย...ก็คงพอทำได้ครับ แต่ก็คงไม่สะดวกสบาย ไม่ได้ดั่งใจเสียทีเดียว ฉะนั้นระบบของคัดสรรดีมากจึงเป็นระบบที่อาสามารวบรวมฟอนต์บูติกที่ได้มาตรฐานทั้งหลายมาให้ได้เลือกใช้งาน ส่วนของงานด้านกราฟิกดีไซน์, โลโก้ไทป์, เล็ตเทอร์ลิ่ง ภาพถ่าย ก็เป็นงานที่เราทำมาตลอด คุณพงศ์ธร หิรัญพฤกษ์ พาร์ทเนอร์ที่ดูแลเรื่องกราฟิกดีไซน์ และ โลโก้ไทป์ ก็มองว่าเราควรต้องบอกเสียทีว่าบางโลโก้ไทป์ที่เห็นกันคุ้นตานั้น เป็นงานของคัดสรรดีมากเช่นกัน

การจัดจำหน่ายให้กับนักออกอย่าง เอกลักษณ์ เพียรพนาเวช และนักออกแบบอื่นๆ อีกหลายคน อยากเห็นอะไรในวงการออกแบบฟอนต์ในประเทศไทย
อย่างที่เกริ่นไปแล้วคือ เราให้เกียรติและเครดิตของผู้สร้างสรรค์งานแต่ละชุด คัดสรรดีมาก ดีสทริบิวชั่น เป็นบริษัทจัดจำหน่ายฟอนต์ดิจิทัลแห่งแรกของประเทศไทย ที่ดำเนินการด้วยระบบจัดการตามแบบมาตรฐานค่ายฟอนต์สากล ทั้งเรื่องระบบตัวแทนการจัดจำหน่ายและระบบปันผล บนความตั้งใจที่อยากให้วงการออกแบบในประเทศมีฟอนต์ร่วมสมัย สนับสนุนนักออกแบบตัวอักษรที่ต้องการนำเสนอผลงาน งานออกแบบตัวอักษรที่สามารถช่วยให้การใช้ภาษาไทยเป็นสิ่งที่จับต้องได้ในการออกแบบกราฟิกร่วมสมัย เป็นธุรกิจได้จริง ไม่เป็นแค่งานอดิเรกอีกต่อไป เพราะเมื่อสร้างรายได้ได้จริงประเทศไทยเราก็จะมีฟอนต์ที่แบบดีทันสมัยใช้มากขึ้นโดยปริยาย ที่สำคัญคือการได้มาซึ่งแบบตัวอักษรที่สอดคล้องกับความต้องการของอุตสาหกรรมการออกแบบกราฟิก หรือแบบตัวอักษรที่จะช่วยผลักและท้าทายให้การออกแบบกราฟิกไทยสามารถไปข้างหน้าได้



การเกิดคลังความรู้เกี่ยวกับไทป์พอกราฟี และ กราฟิกดดีไซน์ ในเว็บไซต์ www.anuthin.org คุณตั้งใจไว้ว่าอย่างไร
เนื่องจากผมเป็นคนที่จดบันทึกเกี่ยวกับการทำงาน หรือเรื่องต่างๆที่ใช้สำหรับเตรียมการสอน ส่วนหนึ่งจึงเป็นที่มาของหนังสือบันทึกบรรยายเมื่อสิบกว่าปีที่แล้ว ทำงานไปเรื่อยๆก็มีข้อคิด แนวคิด หรือการแก้ไขปัญหาที่น่าสนใจ ผมจึงมีบทความหรือบทบันทึกเยอะไปหมด รวมถึงที่เขียนให้นิตยสารต่างๆหลายเล่มในตลอดเวลากว่าสิบปีที่ผ่านมา จึงคิดว่าน่าจะนำมารวบรวมไว้ในที่เดียวเพื่อเป็นฐานข้อมูลที่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ก็จะเป็นประโยชน์สำหรับบุคคลที่สนใจ ปรับความเข้าใจกับบุคคลทั่วไป และที่สำคัญคือ นักศึกษาทางการออกแบบสามารถใช้เป็นข้อมูลในการเรียนได้อีกด้วย เราเองก็ไม่ต้องบรรยายซ้ำในเรื่องบางเรื่อง ข้อมูลทางการออกแบบในลักษณะนี้ไม่ค่อยมีให้ได้อ่านกันเป็นภาษาไทย ผมมองว่าน่าจะมีประโยชน์อย่างมากสำหรับนักออกแบบรุ่นหลังที่จะได้ใช้เพื่อเป็นทางลัด กระตุ้นหรือเหนี่ยวนำความคิด

กับ ‘คัดสรรดีมาก’ คาดหวังกับการก้าวขึ้นขวบปีที่ 10 ไว้อย่างไรบ้าง
ตั้งแต่ที่เราเริ่มต้นใหม่ๆ ผมเคยให้สัมภาษณ์ตามสื่อว่าเราไม่ได้ทำเพื่อให้เกิดกระแส ไม่ได้จะเป็นบริษัทออกแบบกิ๊บเก๋ งานกราฟิกเราจึงไม่พยายามที่จะแฟชั่นมาก งานกราฟิกและไทป์ดีไซน์เราก็สไตล์ที่เป็นของเราอย่างนี้มาแต่ต้น ความตั้งใจคือการเข้ามาในธุรกิจนี้แบบระยะยาว และทำงานแบบไปข้างหน้าอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ผมว่าเราประสบความสำเร็จในระดับนึงที่น่าพอใจเลยทีเดียวหากมองย้อนกลับไป เราเริ่มธุรกิจนี้ในวันที่คอสตอมฟอนต์ และไทป์พอกราฟี่ เป็นเรื่องที่แทบไม่มีคนพูดถึงเลยด้วยซ้ำในสังคมไทย การเปิดใจยอมรับแบบตัวอักษรใหม่ๆในสังคมไทยก็ไม่ได้กว้างขึ้นแบบทุกวันนี้ ผมไม่ได้คาดหวังอะไรไปมากกว่าการที่ทุกอย่างจะดีขึ้นในแทรคนี้

อีกสัก 30 ปี คุณอยากให้คนอื่นพูดถึงหรือจดจำคุณและคัดสรรดีมาอย่างไร
คำถามเหมือนจะชี้นำว่าอีกสามสิบปีเราจะเป็นชื่อที่ต้องจดจำ ที่ต้องจดจำเพราะว่าอาจจะเลือนๆไปแล้วหรือเปล่า? (หัวเราะ) สิ่งที่สังคมอยากจะจดจำเรานั้น คือมันเป็นเรื่องของหลายๆคน คนส่วนใหญ่เห็นพ้องกันในประเด็นใดประเด็นหนึ่ง เราคงไปกะเกณฑ์ไม่ได้หรอกครับ อีกสามสิบปีถ้าสิ่งที่เขาเลือกจะจดจำเรา ก็คือสิ่งที่เราทำในช่วงสิบปีที่ผ่านมา วันนี้ เดี๋ยวนี้ และต่อๆไปจากนี้ ก็คงอยู่ว่าเราทำอะไรในช่วงที่ว่า เราทำได้ดีที่สุดหรือยัง? และสิ่งที่เราทำได้ดีที่สุดในช่วงดังกล่าวนี้เอง ก็อาจจะเป็นสิ่งที่คนพูดถึงและจดจำได้


Side Reading :

ทำไมบริษัทออกแบบฟอนต์ไทย ไม่รวมตัวกันทำหนังสือตัวอย่างฟอนต์ออกมาแจกหรือขายก็ได้ครับ บางทีผมเจอฟอนต์สวยมากก็ไม่รู้จะไปสืบยังไง อยากได้มาใช้กับเค้าบ้างก็ไม่มีให้ใช้ เสียดายครับ ผมว่านักออกแบบหลายๆคน ก็คงเคยเจอปัญหานี้เช่นกัน
แนวโน้มของการพิมพ์ไทป์เสปกซิเม้นท์ที่เป็นกระดาษนั้นมับวันมีแต่ละน้อยลง เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วโลกครับ ไม่ใช่เพียงเพราะรูปแบบเทคโนโลยีการสื่อสารที่เปลี่ยนไปเพียงอย่างเดียว หากแต่ยังขึ้นอยู่กับราคาต้นทุนทางธุรกิจ ผมไม่สามารถตอบแทนทุกค่ายได้ครับ เพราะโครงสร้างทางธุรกิจแต่ละที่ไม่ตรงกัน ในความจริงแล้วการแชร์ต้นทุนเป็นสิ่งที่ดีมากในเชิงของแนวคิด ยอมรับครับว่าเป็นแนวคิดที่น่าสนใจ แต่ในเชิงปฎิบัตินั้นแต่ละค่ายจะได้รับผลตอบแทนและมีจุดคุ้มทุนไม่ตรงกันเสมอ เช่นในเชิงของโครงสร้างราคาก็ยังมีความคิดเห็นไม่ตรงกันอยู่ ปัญหาที่คุณพงศ์เทพเจอนั้นน่าจะเป็นผลพวงจากการไม่มีการจัดจำหน่ายทางการอย่างเป็นเรื่องเป็นราวมากกว่าครับ เพราะหากมีการจัดการและการโปรโมทที่ดีแล้ว ปัญหาพื้นฐานเช่นนี้น่าจะเบาบางลง ในสถานการณ์ปัจจุบัน ผมมองว่าเป็นปัญหาภายในของแต่ละค่ายมากกว่าครับ


เรื่องประเภทและการใช้งานของฟอนต์ OTF / TTF / PS1 งงมากเลยครับ อยากกระจ่าง
อธิบายอย่างรวบรัดให้ง่ายได้ดังนี้ โพสสคริปไทป์วัน PS1 คือฟอนต์แบบเก่าที่มีกายภาพเป็นลักษณะสองไฟล์ ไม่สามารถข้ามระบบได้ และเราจะเห็นไฟล์ฟอนต์ในลักษณะนี้น้อยลงในอนาคต โอเพ้นไทป์ คือฟอนต์ระบบใหม่ที่ถูกพัฒนาร่วมขึ้นมาระหว่าง อโดบี และไมโครซอฟท์ โดยใช้ตารางยูนิโค๊ตสากล เพื่อให้แป้นพิมพ์ตรงกันทั้งบนเครื่องแมคอินทอชและวินโดว์ และเป็นไปมาตรฐานคีย์บอร์ดสากล อีกทั้งยังรองรับการใช้งานอักขรพิเศษ และภาษานานาชาติ โอเพ้นไทป์สามารถใช้งานใน โปรแกรมที่รองรับโอเพ้นไทป์เท่านั้น โอเพ้นไทป์มีสองแบบคือ OTF และ TTF ทั้งสองสามารถใช้งานข้ามแพลทฟอร์มได้ทั้งแมคและวินโดว์ ต่างเพียงแค่สกุลของไฟล์เท่านั้น ไฟล์ฟอนต์ไทยประเภท OTF และ TTF ไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ต่อพ่วงในการทำให้ภาษาไทยแสดงผลถูกต้อง

Computer Arts (Thai Edition) : Interview (Part 1)

ณัฐจรัส เองมหัสสกุล
ตุลาคม ๒๕๕๒

(ตอนที่ ๑)
บทสัมภาษณ์ อนุทิน วงศ์สรรคกร จากนิตยสาร คอมพิวเตอร์อาร์ต ฉบับภาษาไทย ประจำเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๒ Computer Arts (Thai Edition) Issue 07 – November 2009 / Typography Issue



อนุทิน วงศ์สรรคกร “นักออกแบบเลขนศิลป์สิ่งพิมพ์ และนักออกแบบตัวอักษร ทำงานและใช้ชีวิตในกรุงเทพฯ เมืองหลวง ของประเทศไทย รักการท่องเที่ยว ชอบถ่ายภาพ มีแนวเพลงที่ชอบ มีของเก็บสะสมบ้างตามความสมควร ตรงไปตรงมา ทานอาหารสามมื้อตรงเวลาบ้างไม่ตรงบ้าง เกลียดการโกงและการเอา เปรียบพอๆ กับเกลียดรถติด รวมๆ แล้วใช้ชีวิตเหมือนคนปกติทั่วไป โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากที่จะต้องให้ใครเข้าใจว่าเป็นนักออกแบบ” คือพารากราฟที่สองที่อนุทิน วงศ์สรรคกร จำกัดความตัวเองผ่าน http://private.anuthin.com

Computer Arts (Thai Edition) November 2009 Exclusive Interview with Anuthin Wongsunkakon ฟังความคิดร่วมสมัยของไทป์ดีไซเนอร์ไทย ชวนอ่าน kerning, Spacing และ Leading ในแบบ อนุทิน วงศ์สรรคกร หนึ่งในสามผู้ร่วมก่อตั้งบริษัท ‘คัดสรรดีมาก’ดิสทริบิวชั่น บริษัทในกลุ่มพฤติกรรมการออกแบบ บริษัทออกแบบที่คัดสรรคอสตอมฟอนต์มาดี

ย้อนกลับไปในช่วงแรกที่ทำฟอนต์ เมื่อถึงเวลาต้องลงมือออกแบบฟอนต์ไทยในประเทศที่ไม่ค่อยมีการเรียนการสอนหรือมีตัวอย่างให้ดูมากนัก คุณเริ่มต้นกับมันยังไง
-----» ลองผิดลองถูก เป็นคำพูดที่ดูเป็นรูปแบบมากสำหรับบริบทของทุกวันนี้ แต่มันเป็นเรื่องที่จริงสำหรับคนที่ลองผิดลองถูกจริงๆ ผมใช้วิธีคิดแบบตัวละติน ก็คิดกับแบบตัวอักษรไทยในแบบนั้น ไม่ได้มองว่าเป็นภาษาที่แตกต่างกันแล้วต้องใช้คนละแนวทาง ไม่ว่าจะเป็นความสูง ขนาด หรือแม้กระทั่งฟอร์ม ผมทำตามที่คิดว่าเหมาะสมกับการใช้งานจริงในการออกแบบและจัดวาง อย่างปัญหาที่เราเคยเจอบ่อยๆ สมัยก่อน เช่นต้องปรับพอยต์ของภาษาไทยขึ้นสองพอยต์จึงจะขนาดใกล้กันกับตัวภาษาอังกฤษ พอเราลองมาทำภาษาไทยเราก็มากำหนดความสูงใหม่ตามความคิดว่ามันต้องเป็นแบบนี้สิเพื่อการใช้งานที่คล่องขึ้น เราก็ทำเลย มันอยู่ที่ความสมเหตุผล ผมใช้ฟอนต์ไทยในงานออกแบบมาก่อนตั้งแต่ แมคอินทอช แอลซีทู เราเห็นปัญหามาตลอด วิธีเริ่มต้นทำงานก็คือแก้ปัญหาตามที่เราเห็นนั่นแหละครับ ในเรื่องของทางเทคนิคตอนสมัยยังเป็นฟอนต์รุ่นแอสกี้ก็ได้จากการถามจากอาจารย์มานพ ศรีสมพร



แล้วคิดว่าปัญหาสำหรับไทป์ดีไซเนอร์ในสมัยนี้เหมือนหรือแตกต่างกัน
สำหรับบ้านเราผมมองว่าปัญหาเดิมๆยังคงอยู่ ตรงที่การเรียนรู้เรื่องการออกแบบตัวอักษรยังผูกติดอยู่กับองค์ความรู้ทางด้านเทคนิค ในภาคการออกแบบฟอร์มของตัวอักษรที่ดีนั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนมองข้าม คนส่วนใหญ่เข้าใจการออกแบบตัวอักษรในภาพของการใช้แอพพริเคชั่น ฉะนั้นมักสรุปจากเพียงแค่ว่า พิพม์ แสดงผลได้ เจนเนอร์เรตฟอนต์ไฟล์ได้ กล่าวคือแทบไม่เห็นไทป์ดีไซน์ถูกถ่ายทอดกันในเชิงการออกแบบ การเข้าถึงแอพพริเคชั่นเป็นเรื่องง่ายมากสำหรับสมัยนี้ แต่ทักษะการขึ้นรูปตัวอักษรนี่สิเป็นสิ่งที่ไม่ได้เอามาพูดกัน แบบที่ “ใหม่จริงๆ” จึงเกิดขึ้นน้อย ซึ่งแปลกมากที่เป็นเช่นนี้ ในยุคที่การเข้าถึงข้อมูลต่างๆเป็นไปได้ง่ายมาก ประกอบกับกรอบของการออกแบบตัวอักษรก็ถูกขยายพื้นที่จนกว้างมากแล้ว เรียกว่าแทบจะรับได้กับแนวคิดที่สุดขั้วต่างๆ แต่กลับกลายเป็นผลเสียตรงที่บางคนคิดไปว่าไม่จำเป็นต้องท้าทายอะไรอีกแล้ว หรือไม่ก็ยากมากที่จะดันกรอบออกไปอีก ผมมองด้านบวกครับ และยืนยันว่านักออกแบบตัวอักษรไทยยังมีพื้นที่อีกเยอะให้ผลักไปงานออกแบบไปข้างหน้า เราต้องทำให้เกิดนักออกแบบที่เข้าถึงการออกแบบไม่ใช่เข้าถึงการใช้โปรแกรม ไม่เช่นนั้นอีกสิบปีหากคุณถามผมคำถามนี้ก็คงได้คำตอบเดิม

อะไรคือเสน่ห์ของตัวอักษรขนาดที่ทำให้คุณถอนตัวไม่ขึ้นมาร่วมยี่สิบปี
เสน่ห์สำหรับผมนั้นมันเป็นเชิงนามธรรม จะอธิบายได้ค่อนข้างยาก ทุกคนมีความชอบส่วนตัว ผมว่ามันเป็นการยากมากที่จะแจงให้ชัดเจนว่าเสน่ห์ของสิ่งที่เราชอบอยู่ตรงไหน เราจะได้หลายชุดคำตอบรอบๆ ที่ช่วยอธิบายความชอบนั้น นอกจากฟอร์มของตัวอักษรเองแล้ว ที่น่าสนใจเกี่ยวกับตัวอักษรคือสิ่งที่มันกลายไปเป็น การร้อยเรียงกันและการนำไปใช้ ตัวอักษรที่ผ่านออกมาเป็นแบบที่เราเห็น รวมกันเป็นคำ เกิดเป็นความหมายทางภาษาที่เข้าใจตรงกัน กลายมาเป็นประโยค กลายมาเป็นคำสั่ง กลายมาเป็นความรู้ กลายมาเป็นข้อมูล กลายมาเป็นการบันทึก ผมอยากให้เรามองกันไปไกลกว่าที่เราใช้อยู่ใกล้ๆตัว เรามองข้ามสิ่งเหล่านี้ไปหมดเลย หรือในมิติอื่นๆเช่น แบบตัวอักษรยังเป็นบันทึกทางประวัติศาสตร์ สะท้อนถึงวิถีชีวิตและสังคม มันถูกส่งผ่านมากับแบบตัวอักษร แสดงให้เห็นว่าคนในยุคนั้นๆ มีความคิดอ่านเป็นอย่างไร เห็นไหมว่ามันเป็นเรื่องรอบๆ ที่ช่วยอธิบายว่าทำไมผมถึงชอบมัน ถอนตัวไม่ขึ้นเหรอ? เท่าที่พูดมาผมว่ามันเป็นชีวิตประจำวันครับ ไม่ต้องพยายามถอน

อะไรมีอิทธิพลในการทำงานของคุณมากที่สุด
ก็มีหลายอย่างอยู่ครับ แต่ที่ชัดๆคือ ผมเป็นรุ่นที่เกิดมาในยุคที่คาบเกี่ยว จึงได้สัมผัสทั้งแอนนาลอคและดิจิตอล มันเป็นอะไรที่แปลกมากเมื่อคุณมองอนาคตที่เรายืนอยู่ตรงนี้ ในวันที่ทุกอย่างยังเป็นระบบแอนนาลอค สุดท้ายความเป็นดิจิตอลมันก็ไม่ได้เป็นอย่างที่เราคิดเลย ตอนนี้ดิจิตอลมันเป็นมนุษย์มากแล้วด้วยซ้ำ แต่ในตอนนั้นเรากลับเห็นว่ามันแมชชีนมากๆ ฉะนั้นวัฒนธรรมและวิธีคิดในสังคมของเจนเนอเรชั่นเอ็กซ์ยุคแปดศูนย์เกิดเป็นส่วนผสมที่สะท้อนมาในงานออกแบบที่ผมทำ ผมว่ามันต่างจากงานของนักออกแบบที่เป็นดิจิตอลไปเลย นักออกแบบรุ่นใหม่ๆ ที่เกิดมาในยุคที่คอมพิวเตอร์เป็นเครื่องใช้ไฟฟ้ามาตรฐานในบ้าน เขาก็จะมีมุมมองกับความเป็นดิจิตอลอีกแบบ คือเขาจะไม่เคยรู้จักกับการออกแบบในโลกใบก่อนหน้านี้



แล้ว Émigré มีอิทธิพลต่อคุณมากน้อยแค่ไหน
มีทั้งในสองด้านครับ ด้านของทัศนคติต่องานออกแบบเอง และในด้านของโมเดลธุรกิจ พูดได้ว่าเราโตมากับอิมมิเกรฟอนต์ เห็นนิตยสารอิมมิเกรมาตั้งแต่ต้น ยอมรับว่าในช่วงแรกของดิจิทัลฟอนต์นั้นอิมมิเกรส่งผลต่อแนวคิดและการเกิดขึ้นของค่ายฟอนต์ขนาดเล็กทั่วโลก ค่ายฟอนต์บูติกสมัยนี้ก็คือโครงสร้างการสร้างแบรนด์และการจัดการแบบอิมมิเกร ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าคัดสรรดีมากเองก็ได้รับอิทธิพลจากแรงกระเพื่อมที่เกิดขึ้นนี้เช่นกัน แนวคิดของการจัดการอย่างเป็นระบบสำหรับงาน(ฟอนต์)จากนักออกแบบ และการเลือกที่จะทำงานกับนักออกแบบคนใดคนหนึ่งในการพัฒนาแบบใหม่ ความเป็นแบรนด์ที่บูติกเชิงธุรกิจฟอนต์มาตรฐานสากล เป็นสิ่งที่ค่ายบ้านเรายังมีการบ้านต้องทำอีกเยอะ

แล้วกับตอนนี้ยังใช้วิธีนี้อยู่มั้ย
สำหรับรูปแบบของคัดสรรดีมากที่เห็นทุกวันนี้ ทางการออกแบบนั้นเราไม่ได้รับอิทธิพลมาแต่อย่างไร น่าจะเป็นส่วนของวิธีคิดมากกว่า ผมโตมากับบทความทางการออกแบบของโพสโมเดินท์นิสจากนิตยสารอิมมิเกร มันเป็นยุคที่ถกเถียงกันในเรื่องของความสามารถในการอ่าน การสร้างกรอบใหม่ การท้าทายทฤษฏี การท้าทายการอ่าน การสร้างฟอร์มตัวอักษรใหม่ และอื่นๆ ซึ่งสิ่งเหล่านี้ต่างหากที่ส่งผลในงานออกแบบของผมและคอเลคชั่นของคัดสรรดีมาก ในส่วนของโมเดลธุรกิจนั้น อย่างที่บอกไปว่าหลีกเลี่ยงไม่ได้เลย

แปลว่าฟอนต์ที่ดีสำหรับคุณก็คือฟอนต์ที่มีคุณสมบัติอย่างที่ว่า
หาไม่ได้ครับ การที่จะบอกว่าแบบตัวอักษรที่ดีเป็นอย่างไร มันมีปัจจัยแวดล้อมหลายอย่าง ตั้งแต่จุดประสงค์ของการเกิดขึ้นของแบบ ไปถึงตัวของแบบเองในข้อแม้ของการเกิดขึ้น เราคงไม่สามารถเอากรอบเดียวไปครอบเพื่อตัดสินว่าอันนี้ดีอันนี้ไม่ดี ฟอนต์ที่ดีสำหรับผมนอกจากจะต้องมีทักษะของการเขียนแบบตัวอักษรอยู่ในนั้นแล้ว มันต้องมีความตั้งใจของนักออกแบบที่มีต่อแบบสถิตอยู่ในแบบด้วย ซึ่งก็จะผูกพันอยู่กับที่มาและแนวคิดของแบบนั้นๆ เรื่องดีไม่ดีจะค่อนข้างปัจเจกมาก ผมว่าถ้าจะต้องตอบคำถามนี้ เราต้องหากรอบสักอันที่ค่าไม่ผันแปรมากนักสำหรับการประเมินผล ฉะนั้นมันน่าจะอยู่ที่วิธีคิด

Side Reading :
รากศัพท์ของคำว่าไทป์คือ ทำไมต้องไทป์ดีไซเนอร์ แล้วจริงๆเค้าเรียกได้กี่แบบ คำว่าไทป์ดีไซเนอร์มีชื่อย่อหรือชื่อเล่นไหม
ไทป์ในที่นี้มีความหมายถึงคำว่าพิมพ์ กดหรือพิมพ์ลงไปแทนตัวอักษรนั้นๆ ยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพเช่น เราสามารถทำความเข้าใจได้จากคำว่าไทป์ไรท์เตอร์ หรือที่เรารู้จักในภาษาไทยว่าเครื่องพิมพ์ดีด ซึ่งก็คือการกดหรือพิมพ์ตัวอักษรลงไปแทนการเขียน ฉะนั้นไทป์ดีไซเนอร์ก็คือคนที่ออกแบบสิ่งที่ใช้กดหรือพิมพ์ลงไปแทนการเขียน รูปแบบหน้าตาของสิ่งที่กดลงไปแทนการเขียนก็คือไทป์เฟสนั่นเอง ซึ่งเป็นอีกคำที่เราคุ้นเคย การที่เรามักจะเห็นนักออกแบบเลือกใช้คำว่าไทป์ดีไซเนอร์น่าจะเป็นเพราะว่านิยามของคำว่าไทป์ที่ครอบคลุมทั้งไทป์ ไทป์เฟส และฟอนต์ ประกอบกับมีพยางค์ที่สั้นกว่า


อ่านบทสัมภาษณ์ อนุทิน วงศ์สรรคกร ต่อได้จาก Computer Arts (Thai Edition) : Typography Issue (Part 2)

จดหมายเหตุเกี่ยวกับโลโก้ไทยก้า

สันติ ลอรัชวี
มิถุนายน ๒๕๕๒

บทความนี้เดิมทีตั้งใจจะเขียนถึงสัญลักษณ์ของสมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ไทยที่เริ่มเผยแพร่ให้เห็นกันแล้ว แต่พอเริ่มเรียบเรียงความคิดที่จะเขียน กลับกลายเป็นว่า...วัตถุดิบในสมองผมมีแต่ข้อมูลที่เป็นเรื่องแวดล้อมของสัญลักษณ์ตัวนี้ ผมจึงเขียนบทความนี้ขึ้นในลักษณะจดหมายเหตุเพื่อบันทึกเรื่องราวหนึ่งๆ ในช่วงเวลาหนึ่งๆ.. ที่ในอนาคต...อาจจะสำคัญหรือไม่ ...ผมไม่อาจทราบได้ อีกทั้งพยายามจะหลีกเลี่ยงการวิเคราะห์และวิพากษ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเท่าที่จะทำได้ เพื่อให้เรื่องราวถูกนำเสนออย่างที่มันเป็น...



-----» เริ่มต้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ (๒๕๕๒) ที่ผ่านมา ได้มีโอกาสร่วมรับประทานอาหารกับ คุณวิสุทธิ์ มณีรัชตวรรณ นายกสมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ไทย, คุณสำเร็จ จารุอมรจิต แห่ง วี อาร์ ทู สตาร์ดัส พร้อมกับคุณวิเชียร โต๋ว และคุณสยาม อัตตริยะ แห่งคัลเลอร์ ปาร์ตี้ ซึ่งทุกท่านล้วนแต่เป็นกรรมการและเป็นกำลังสำคัญในการก่อตั้งสมาคมฯ นี้ขึ้นมาหลายปีแล้ว ในวันนั้น...บทสนทนาส่วนใหญ่เป็นการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับเรื่องการดำเนินการของสมาคมฯ ซึ่งหลายๆ คนคงทราบว่ามีสมาคมนี้เกิดขึ้นเมื่อหลายปีก่อน แต่อีกหลายๆ คนก็ไม่ทราบว่ามีการจัดตั้งสมาคมฯ กันขึ้นแล้ว ทั้งสี่ท่านที่ร่วมสนทนามีความตั้งใจอย่างมากในการที่จะให้สมาคมฯ เริ่มที่จะมีความเคลื่อนไหวและจัดกิจกรรมออกสู่สาธารณะ และเพื่อให้สมาคมฯ ได้ทำงานอย่างที่ควรจะเป็น อย่างน้อยก็จะทำให้นักออกแบบกราฟิก(ไทย) ได้รับรู้โดยทั่วกันว่าเรามีสมาคมทางวิชาชีพและก็เริ่มดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว



ผมได้ถูกชักชวนให้มาได้ร่วมสนทนาโดยพี่วิเชียร โต๋ว และคุณสยาม อัตตริยะ ด้วยความที่เคยจัดกิจกรรมทางการออกแบบกราฟิกมาบ้าง ทั้งสองจึงเห็นว่าผมน่าจะได้มีโอกาสมาร่วมพูดคุยและแสดงความคิดเห็น การสนทนาในวันนั้นได้ข้อสรุปบางอย่างที่ทำเกิดการดำเนินการได้ทันที ซึ่งผมคิดว่าเป็นสัญญาณที่ดีทีเดียว... นั่นคือ ทางสมาคมฯ จะเริ่มเปิดรับสมาชิกทั่วไป โดยยังไม่จำกัดคุณสมบัติที่เฉพาะเจาะจงและยังไม่มีการเก็บค่าสมัครใดๆ หมายถึงรวมทั้งนักศึกษา คณาจารย์ นักออกแบบเรขศิลป์และผู้ประกอบกิจการที่สัมพันธ์กันกับงานออกแบบเรขศิลป์ ในความเห็นของผมแล้ว นั่นเท่ากับสมาคมฯ เองจะมีโอกาสได้สำรวจสมาชิกของสมาคมฯ เองว่าเป็นใครมาจากไหนบ้าง เพราะนอกจากสมาคมฯ จะมีสมาชิกมากขึ้นแล้ว ในอนาคต...สมาคมฯ ยังสามารถสร้างสรรค์กิจกรรมได้สอดคล้องกับสมาชิก(ที่น่าจะหลากหลาย)ได้อีกด้วย ส่วนอีกเรื่องที่เป็นข้อสรุปก็คือการจัดเตรียมช่องทางการสื่อสารกับสมาชิกและประชาชนทั่วไปโดยจะเริ่มจากการทำเว็บไซต์ของสมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ไทย โดยทั้ง ๒ ภารกิจจะทำให้แล้วเสร็จในปี พ.ศ. ๒๕๕๒ นี้

ผมกลับจากวงสนทนาด้วยภารกิจที่ได้รับปากไว้ในเรื่องการหาสมาชิกให้ทางสมาคมฯ เนื่องจากผมและแพรคทิเคิล สตูดิโอ กำลังเตรียมจัดกิจกรรมที่ชื่อว่า “ฉันเป็นนักออกแบบกราฟิกไทย (I am a Thai graphic designer™) จึงคิดว่าน่าจะเป็นช่องทางในการสื่อสารกับเพื่อนๆ นักออกแบบให้ทราบเรื่องนี้ไปด้วยกันได้จากการพูดคุยเพิ่งทราบว่าสมาคมฯ เองยังไม่มีสัญลักษณ์อย่างเป็นทางการของสมาคมฯ มีแต่สัญลักษณ์ชั่วคราวที่เป็นแบบเรียบง่ายใช้กันในวงแคบๆ ส่วนแบบที่เป็นทางการยังไม่ได้สรุปกัน... จริงๆ แล้วผมไม่ค่อยแปลกใจนักที่ทางสมาคมฯ ยังไม่ได้สรุปเกี่ยวกับเรื่องโลโก้ทั้งๆ ที่คราคร่ำไปด้วยนักออกแบบโลโก้ เพราะนั่นแหละที่ยาก...ว่าใครควรจะเป็นคนทำหรือควรจะเลือกแบบของใครดี...อีกเหตุผลก็น่าจะเป็นเพราะอาจจะยังไม่มีกิจกรรมที่จะต้องใช้จึงยังไม่ได้สรุปเกี่ยวกับเรื่องนี้ (ผมเดาเอาเองทั้งสองเหตุผล)



แต่ผมเองจะต้องเริ่มดำเนินการจัดหาสมาชิกแล้ว ผมจึงต้องการสัญลักษณ์ที่เป็นทางการของสมาคมฯ เพื่อเผยแพร่ผ่านใบสมัครและเว็บไซต์ จึงได้ปรึกษาพี่วิเชียรว่าจะหาใครซักคนมาทำ ซึ่งตอนนั้นผมก็เสนอคุณอนุทิน วงศ์สรรคกร ที่มีความเชี่ยวชาญทางการออกแบบตัวอักษรร่วมสมัย ด้วยเหตุผลที่ว่าแบบสัญลักษณ์ชั่วคราวเป็นแบบโลโก้ไทป์ซึ่งผมเองก็เห็นด้วยกับแนวทางนี้ คุณอนุทินจึงน่าจะเหมาะกับงานนี้ ซึ่งพี่วิเชียรก็เห็นด้วยกับความคิดนี้

คุณอนุทินตอบรับที่จะออกแบบให้และส่งผลงานมาให้ทางอีเมล์หลังจากนั้นประมาณ 1 สัปดาห์ โดยคุณอนุทินให้แนวคิดกับโลโก้ไทป์ของสมาคมฯ ไว้ดังนี้ครับ...

อนุทิน กล่าวว่า “ผมเห็นด้วยในการทำให้โลโก้ไทป์นี้ออกไปในแนวไทป์เซ็ตติ้ง (typesetting) เพื่อให้ไม่เป็นแฟชั่นมากเกิน เพราะมันจะต้องดูเป็นองค์กรมีความน่าเชื่อถือ ผมเลยเขียนตัวอักษรขึ้นมาใหม่หมด”

พวกพับพวกตัดเฉียงผมเอามาใส่เพื่อให้มันขับบุคลิกเฉพาะมากขึ้น ซึ่งได้ไล่เส้นมาอย่างดี เส้นเฉียงมันทำให้เกิดการเห็นเป็นมิติมากขึ้นในโลโก้ที่เป็นสองมิติ เป็นเรื่องของวิชวลเพอร์เซ็พชั่น (visual perception) พื้นฐานการออกแบบกราฟิกล้วนๆ ซึ่งผมว่าลูกเล่นง่ายๆ อย่างการดูสมดุลย์ของ figure & ground แบบนี้ มันก็พื้นฐานดี แล้วก็เหมาะสมกับความเป็นสถาบันของ ThaiGa เพราะผมเห็นว่ามันเป็นไทยได้แบบไม่ต้องเลื้อยไปมา ดูเป็นไทยร่วมสมัย ผ่านการปฎิวัติอุตสาหกรรมมาแล้ว ในมุมจากที่ผมเห็นคือ ไม่ใช่ข้ามไปหยิบความเป็นไทยในอดีตมาแปะลงไปบนไทป์สมัยใหม่ (หมายถึงแปะกนกลงไปอะไรแบบนั้น)

ส่วนเรื่องสี อนุทินได้มีการแจกแจงไว้ว่า “พยายามเลี่ยงคู่ที่ใกล้ที่สุดกับที่เลือกมาแต่แรก (แบบสัญลักษณ์ชั่วคราวใช้สีส้มและดำ) แต่ยังเก็บความตั้งใจเขาไว้คือสองสีตัดกัน ผมเลี่ยงดำไปใช้สีนำ้ตาลเข้มๆ มันดูแนวๆสีมังคุดหรือพวกสีเสาไม้สักของบ้านไทย อีกอย่างที่ทำให้ผมนึกถึงคือ มะขาม ซึ่งผมว่าไทยมากเลย ส่วนสีส้มผมปรับให้มันออกฝุ่นๆนิดหน่อย เพราะสีไทยยิ่งพวกจิตรกรรมฝาผนัง จะออกแนวฝุ่นๆหน่อย พยายามให้จิตใต้สำนึกเราเอาไปลิ้งค์กับจีวรพระนิดๆ คือไปลิ้งค์เองในชั้นนั้นไม่ต้องลิ้งค์กันเห็นๆ โดยรวมคือตั้งใจให้เป็นแบบนั้นครับ...”



แนวคิดในการออกแบบสัญลักษณ์ของคุณอนุทินข้างต้น ก็ทำให้ผมไม่จำเป็นต้องเขียนถึงในเชิงวิเคราะห์ให้มากความ เพราะจากถ้อยคำดังกล่าวก็ทำให้เข้าใจได้ถึงที่มา ทั้งในแง่ของไวยกรณ์ทางกราฟิกและการใช้สัญญะผ่านการออกแบบตัวอักษร... อีกประเด็นที่พอจะเพิ่มเติมก็คือ คุณอนุทินยังเสนอเรื่องตัวอักษรย่อภาษาอังกฤษ ThaiGa (Thai Graphic Designer Association) ในแง่การใช้ตัวพิมพ์ใหญ่กับตัว ‘T’ และตัว ‘G’ ตามด้วยตัว ‘a’ พิมพ์เล็กแทนที่ ‘A’ พิมพ์ใหญ่ในแบบเดิม เพื่อให้สอดคล้องกับการออกเสียง “ไทยก้า” โดยไม่สับสนกับกับการอ่านออกแป็น “ไทยจีเอ” จึงสรุปการย่อตัวอักษรเป็น “ThaiGa” อย่างที่เห็นกันนั่นเอง

ท้ายที่สุดแล้ว... สมาคมฯ ก็ได้สัญลักษณ์อย่างเป็นทางการทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษอย่างที่ผ่านตาหลายๆ คนไปแล้ว แล้วเริ่มถูกนำไปใช้ในหลายโอกาสตามลำดับ... นอกเหนือจากการมีคนหน้าใหม่อย่างผม อย่างคุณอนุทินและอีกหลายคนได้มีโอกาสเข้ามามีส่วนร่วมนั้น ยังต้องกล่าวถึงหลายๆ สำนักงานออกแบบที่ให้ความร่วมมือในด้านต่างๆ มีการระดมทุนเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายที่จำเป็น มีเสียงสะท้อนเกี่ยวกับสมาคมฯ มากขึ้น “อ้าว! มีสมาคมนี้ด้วยหรือ” “ยังมีอยู่อีกเหรอ” “สมัครเป็นสมาชิกแล้วได้อะไร?” เว็บไซต์หลายแห่งมีบทสนทนาเกี่ยวกับเรื่องนี้มากขึ้น เป็นต้น ไม่ว่าเสียงสะท้อนจะดังว่าอย่างไร แต่การสะท้อนกลับอาจแปลได้ว่าสารได้กระทบไปที่ผู้รับสารแล้ว นั่นอาจหมายถึงเกิดการรับรู้ในการมีอยู่ของสมาคมฯ

จากวันนั้นถึงวันนี้ สมาชิกนักออกแบบเรขศิลป์กว่าพันคนที่เพิ่มขึ้น ทั้งจากช่องทางเว็บไซต์ iamathaigraphicdesigner.com และใบสมัครที่บริษัท แอนทาลิส (ประเทศไทย) จำกัด ช่วยจัดพิมพ์ให้ฟรีแถมยังให้พนักงานขายของบริษัทนำไปส่งให้ถึงมือนักออกแบบตามบริษัทต่างๆ เลยทีเดียว เป็นภาพสะท้อนถึงความร่วมมือเล็กๆ ดังกล่าวที่เสมือนก้าวย่างที่มีการตอบรับกลับอย่างมีความหวัง แน่นอนว่ายังวัดผลอะไรไม่ได้ อีกทั้งยังไม่สามารถเรียกว่าการเริ่มต้นได้ด้วยซ้ำ แต่การร่วมมือที่จะทำอะไรซักอย่างในนามสมาคมนักออกแบบเรขศิลป์ได้เกิดขึ้นอีกครั้งแล้ว... จะเป็นอย่างไรต่อไป... คงขึ้นอยู่ที่แนวร่วมเดิมยังเดินหน้าต่อไปหรือไม่... แนวร่วมใหม่จะเข้ามาหนุนหรือไม่... ยังเป็นสิ่งที่ต้องติดตามต่อไป...