Showing posts with label คัดสรรดีมาก. Show all posts
Showing posts with label คัดสรรดีมาก. Show all posts

สาระเกี่ยวกับ Kondolar

เอกลักษณ์ เพียรพนาเวช
มีนาคม ๒๕๕๔

บทสัมภาษณ์ฉบับเต็มของ เอกลักษณ์ เพียรพนาเวช ในนิตยสาร Computer Arts (Thai Edition) คอลัมน์ The Next big thing ประเด็นเกี่ยวกับฟอนต์ Kondolar



➜ Kondolar™ เป็นฟอนต์ในลักษณะ Slab Serif คือแบบมีฐานเชิงหนา ที่เหมาะกับการใช้เป็นตัวเนื้อความ (Text ) และสามารถเป็นตัวพาดหัว (Display) ได้ดีไม่แพ้กัน ด้วยลักษณะโครงเส้นที่เรียบง่ายกึ่งเรขาคณิต เส้นตั้งตรงที่แข็งแรง เส้นโค้งที่นุ่มนวล ฐานเชิงที่มั่นคง การผสมส่วนของแต่ละลักษณะที่ว่าอย่างกลมกล่อมพอดี ทำให้เกิดเป็นฟอนต์ใหม่ที่ไม่ซ้ำกับที่มีอยู่ในตลาด บวกกับตัวอักษรบางตัว เช่น K R Q ที่มีลักษณะพิเศษเป็นทางเลือกเพื่อให้เกิดพื้นผิว และ จังหวะการใช้งานของฟอนต์ที่น่าสนใจยิ่งขึ้น

เดิมทีฟอนต์ชุดนี้เกิดจากการที่ใช้เวลากับ Kridpages ฟอนต์เก่าของเราแล้วเกิดคำถามขึ้น คงต้องย้อนเรื่องก่อนว่า Kridpages คือ แบบตัวอักษรชุดหนึ่งที่ทำไว้ตั้งแต่ปี ๒๐๐๖ กับการทดลองออกแบบตัวอักษรด้วยแนวคิดที่ขัดแย้งกันระหว่าง ความคลาสสิก กับ นวัตกรรม, ดิจิตอล กับ ความเป็นมนุษย์ และ ตัวอักษรแบบเนื้อความ กับ พาดหัว นำมาตีความเป็นส่วนผสมจนได้ออกมาเป็นโครงสร้างกึ่งเหลี่ยม มีระบบต่อเป็นยูนิต มีเส้นทแยงและปลายตัดคล้ายการเขียน ฐานเชิงแบบ Slab Serif และอื่นๆ ตามแบบที่จะเห็นได้ใน Kridpages เพื่อให้เป็นตัวอ่านและตัวเน้นได้ทั้งสองอย่างตามที่ตั้งต้นไว้

แต่เมื่อเวลาผ่านไป กับบุคลิกที่ค่อนข้างจัดจ้านตามที่เราเคยตั้งใจไว้ ทำให้เกิดคำถามที่แอบถามไว้กับตัวเองว่า ถ้าเราต้องการให้เป็นตัวที่อ่านง่ายกว่านี้ และใช้งานได้หลากหลายกว่านี้ หน้าตามันจะเป็นอย่างไร เราทำอะไรได้บ้าง ที่สำคัญควรจะใหม่พอที่จะไม่ซ้ำกับแบบอื่นๆที่มีอยู่แล้ว จุดเริ่มต้นที่เราทำคือการร่างแบบปรับส่วนมุมต่างๆที่ดูเป็นดิจิตอลทั้งหมดให้เป็นโค้งที่นุ่มนวลขึ้น ซึ่งผลลัพท์ที่ออกมาก็น่าสนใจดี

ฟอนต์ชุดนี้ที่คิดไว้จะมี ๕ น้ำหนัก ๑๐ สไตล์ คือThin, Thin Italic, Light, Light Italic, Regular, Regular Italic , Bold, Bold Italic , Black, Black Italic แต่ทางคุณอนุทินมองในเรื่องของการทำตลาดประกอบด้วย ก็เลยคิดว่าน่าจะปล่อยออกมาเป็น Set ที่เล็กกว่านั้น โดย ๔ weight ที่ออกมาตอนแรกนี้จะเป็น Set A ก่อน และจะออกมาเป็น Set B อีกที คำถามนี้โดนฝรั่งถามอยู่เหมือนกัน เพราะว่ามันแปลกที่เราขาย Regular, Italic, Bold, Black เพราะธรรมชาติคนจะจับคู่ตัวตรงกับตัวเอนเป็นคู่ของมันไป แต่เรามองว่า Set A คือ Set ที่มันครบตามการใช้งานจริง เราเลยลองปล่อยแบบไม่กั๊ก ส่วน Set B จุดขายจะอยู่ที่ตัวบางเพราะน่าจะให้ภาพรวมของชุดตัวอักษรที่ต่างออกไปจาก Set A ที่คนนิยมแล้ว คิดว่าช่วงกลางถึงปลายปีน่าจะพร้อมปล่อยออกมา แล้วค่อยมาดูกันอีกทีว่าจะเป็นอย่างไร

ส่วนรายละเอียดจำนวนตัวอักษรในฟอนต์ ที่จริง Kondolar ทำไปตามมาตรฐานใหม่ของฟอนต์ในยุคนี้ ที่ครอบคลุมยุโรปตะวันออกด้วยมาตรฐานในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการถูกกำหนดกฎเกณฑ์อะไร เพียงแต่มันเป็นส่ิงที่ฟอนต์น่าจะทำให้ใช้งานได้ครอบคลุมและสมบูรณ์ที่สุดเท่าที่เราคิดว่าควรจะมี ส่ิงที่เพิ่มขึ้นมาจากตัวปกติคือ ๒๕๖ glyphs เดิมคือ Small Caps (ตัวพิมพ์ใหญ่ที่สูงใกล้เคียงกับพิมพ์เล็ก), Stylistic Alternative (ตัวพิเศษที่มีการออกแบบต่างออกไปเพื่อให้เป็นทางเลือก), Ligature (ตัวเชื่อม) และตัวเลขแบบต่างๆ Oldstyle, Tabular, Lining, Subscript, Superscript, Fractions, Denominators, Numerators เป็นต้น โดยรวมในฟอนต์นี้จะมี glyph อยู่ ๗๐๐ กว่า glyph ในหนึ่งน้ำหนัก

ความยากของ Kondolar ในส่วนตัวคิดว่าก็ตามปกติ ไม่ได้ยากเกินไปนัก เพราะมีภาพในแบบร่างค่อนข้างชัด เพียงแต่เวลาออกแบบเพื่อให้คนสนใจพอที่จะซื้อได้อย่างแรกคือ ดูแล้วไม่ซ้ำกับฟอนต์ที่มีอยู่ ไม่ซ้ำกับฟอนต์ที่กำลังฮิต มันต้องมีความต่างพอที่จะทำให้ตัวมันเองน่าสนใจ เราก็พยายามเช็คตัว Slab Serif ที่มีอยู่ในตลาด และทำให้มันเกิดความต่างกับ Slab Serif ในตลาดซึ่งจะเป็นแบบ Humanist ซะส่วนใหญ่ เราจึงยึด Direction ไปทาง Simple โดยเน้นเป็นแนว Geometric และมีส่วนผสมที่หลากหลาย ซื่งทาง MyFonts ก็มองว่ามันแปลกใหม่ อันนี้เราตีความจากเนื้อหาใน Rising Star Newsletter ประจำเดือนของ MyFonts นะครับ

แต่อีกส่วนที่ยากสำหรับเราคือ ฟอนต์ตัวนี้เราใส่ตัวอักษรของยุโรปตะวันออก เพิ่มเติมเข้าไป เพื่อให้ได้ตลาดที่กว้างขึ้น ซึ่งบางตัวเราก็ไม่ได้รู้วิธีเขียนของเค้าชัดเจน ก็ต้องศึกษาวิธีเขียนของตัวที่เพิ่มขึ้นมา ตำแหน่งต่างๆ เพิ่มเติมกันไป

Popular Designer ใน MyFonts คือการบอกว่า เรามีฟอนต์ที่ขายดีอยู่ในช่วงเวลานั้น เมื่อมีฟอนต์ออกใหม่ที่มีคนซื้อมาก มันก็จะวนเวียนกันไป ที่จริงผมตื่นเต้นตอนที่ Kondolar ไปอยู่ใน lists ของ MyFonts Rising Star ที่เป็น Newsletter ของเดือนกุมภาพันธ์ ๒๐๑๑ มากกว่า แบบตัวอักษรอื่นๆ ของ คัดสรร ดีมาก ล้วนมีศักยภาพที่ดี ซึ่งฟอนต์คอเล็คชั่นของเราที่มายฟอนต์ก็ขายได้เรื่อยๆมาอยู่แล้ว เราไม่ใช่ค่ายใหม่บน Myfonts เพียงแต่จังหวะเวลาที่ถูกโปรโมตให้คนวงกว้างคนเห็นอาจไม่มากพอที่จะทำให้กลุ่มเป้าหมายเข้าถึง ฟอนต์ที่จัดจำหน่ายใน MyFonts ก็มีเป็นหลายหมื่นฟอนต์ มันก็เป็นโอกาสที่ดีที่ทำให้คนเข้าถึงงานเรา ส่วนในอนาคตจะเป็นอย่างไรคงต้องวัดกันในฟอนต์ต่อๆไปอีกซักพัก

คัดสรรดีมาก เปิดบ้านสนทนา

ขนิษฐา อดิศรมงคล
ตุลาคม ๒๕๕๓

สิ่งตีพิมพ์ไม่ใช่ข้อเท็จจริงเสมอไป บทสัมภาษณ์นี้เป็นฉบับที่ถูกต้อง ได้รับการแก้ไขและเรียบเรียงใจความให้ตรงกับเจตนาของการสนทนา แต่ด้วยเหตุใดมิทราบได้ บทความที่ถูกตีพิมพ์จริงในนิตยสารแบรนด์เอจ มิใช่ฉบับที่ได้รับความเห็นชอบและผ่านการตรวจแก้ไข เพื่อความเข้าใจและภาพพจน์ที่ถูกต้องเกี่ยวกับคัดสรรดีมาก กรุณายึดเนื้อหาตามบทความชิ้นนี้

➜ Brand Identity ไม่ได้มีแค่สี หรือสัญญะเท่านั้น หากแต่ยังกินความไปถึงแบบตัวอักษรที่เฉพาะเจาะจง มันคงจะดีไม่น้อยที่แบรนด์ หรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งจะมีฟอนต์เป็นของตัวเอง ที่ช่วยเปร่งสำเนียงที่ถูกต้องแบบที่ไม่มีใครเหมือนและไม่เหมือนใคร!

จากเพื่อนสมัยเรียนมหาวิทยาลัย คุณอนุทิน วงศ์สรรคกร และ คุณพงษ์ธร หิรัญพฤกษ์ เพิ่มสถานะของคู่หูด้วยการร่วมธุรกิจ บริษัท คัดสรรดีมาก จำกัด เริ่มต้นเมื่อ 8 ปีก่อนเพื่องานโปรดักซ์ดีไซน์ ก่อนที่จะวกกลับมาสู่งานกราฟฟิคดีไซน์ในแบบที่ถนัด พ่วงด้วยงานที่เกี่ยวกับตัวอักษรโดยเฉพาะ

สมัยนั้นคำว่า Typography หรือ Type design ยังไม่ค่อยเป็นที่คุ้นหูในบ้านเราซักเท่าไหร่ ตรงข้ามกับต่างประเทศที่ให้ความสำคัญกับรายละเอียดของการออกแบบที่ลงไปถึงการออกแบบตัวอักษร ในเมืองไทยมีเพียงองค์กรขนาดใหญ่ หรือไม่ก็อินเตอร์แบรนด์เท่านั้นที่ยอมลงทุนกับ Corporate Typeface หรือแบบตัวอักษรสำหรับองค์กร เพื่อสื่อถึงบุคลิก และอัตลักษณ์ของแบรนด์

หนึ่งในจำนวนนั้นคือ นิตยสารในเครืออัมรินทร์ ไม่ว่าจะเป็น Room หรือ บ้านและสวน นิตยสารที่มีมายาวนานอย่าง ดิฉัน นิตยสารหัวนอกอย่าง Wallpaper* บริษัทขนาดใหญ่ในหมวดการสื่อสาร อย่างเช่น เอไอเอส, โนเกีย ,ดีแทค ,กสท (CAT Telecom) เครื่องดื่มภายใต้ไทยเบเวอร์เรจเกือบทั้งหมด อาทิ ช้าง, เฟดเดอร์บรอย,แม่โขง, หงส์ทอง, เบรนด์ 285 และแสงโสม หรือบริษัทขนาดใหญ่ในหมวดอื่นๆอย่าง เอสแอนด์พี ,ซีแพค และ เทสโกโลตัส
ทั้งหมดล้วนเป็นลูกค้าของคัดสรรดีมาก

คุณพงษ์ธร หิรัญพฤกษ์ พาร์ทเนอร์ ของ บริษัท คัดสรรดีมาก จำกัด อธิบายขอบเขตและวิธีคิดการทำงานในลักษณะนี้ว่าอยู่ในกลุ่มก้อนเดียวกันกับกราฟฟิคดีไซน์ เรียกง่ายๆ ว่าเป็นศาสตร์เดียวกัน เพราะไม่ว่าจะออกแบบทำอะไรก็เกี่ยวข้องกับตัวอักษร เพียงแต่… “เราเป็นบริษัทออกแบบที่ออกแบบแม้กระทั่งแบบตัวอักษร เรียกได้ว่าเป็น Specialist ในด้านนี้ บริการสำหรับงานองค์กร (Corporate Typeface ) ทำให้คัดสรรดีมากมีชื่อเสียงพอสมควร เพราะมันเป็นบริการที่โดดเด่นมาก “ คุณพงษ์ธร กล่าว

“เราก็ทำงานกราฟฟิคดีไซน์อยู่แล้วในสไตล์และภาษาทางการออกแบบของคัดสรรดีมาก ความสามารถพิเศษในเรื่องตัวอักษร หรือการแก้ไขปัญหาทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวอักษร เลยทำให้เราเป็นบริษัทกราฟฟิคดีไซน์ที่มีความแตกต่างสูง ภาคของธุรกิจตัวอักษร (Type Foundry) ทำให้ธุรกิจของเรามีความยืดหยุ่น” คุณอนุทิน วงศ์สรรคกร เพิ่มเติมรายละเอียด

ภาคของธุรกิจตัวอักษร เราตอบโจทย์ตามความต้องการของลูกค้าใน 2 กลุ่มด้วยกัน คือ Custom Design ตลาด Retail “ลูกค้าสามารถซื้อฟอนต์ที่มีอยู่แล้วก็ได้ หรือจะให้เราออกแบบใหม่ให้กับแบรนด์หรือองค์กรเลยก็ได้ ซึ่งตรงนี้เราสามารถดูแลไปถึงการนำไปใช้ตามสื่อต่างๆ เพื่อให้แบรนด์สามารถสื่อสารได้อย่างชัดเจนใช้แบบตัวอักษรได้อย่างถึงประสิทธิภาพ อีกนัยหนึ่งก็คือให้บริการครอบคลุมไปถึงการดูแลภาพลักษณ์ด้วย ส่วนตลาดรีเทลของเรานั้นแตกต่างจากบริษัทฟอนต์ทั่วไป เราไม่มีการขายเป็นซีดีหรือเป็นชุด แบบตัวอักษรมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวสูง และการที่จะทำให้ไม่เป็นของทั่วไปนี่เอง จึงต้องมีการชี้แจงกันก่อนซื้อขายว่าวัตถุประสงค์ในการใช้มีอะไรบ้าง หน้าที่ของเรากินความไปถึงว่าให้คำปรึกษาว่าฟอนต์ที่คุณเลือกเหมาะสมหรือเปล่า”

ลักษณะการทำงานต่างๆ เหล่านี้ทำให้ฟอนต์ของคัดสรรดีมากไม่มีให้เห็นเกลื่อนกลาดทั่วไป เพราะนั่นคือสิ่งที่นักธุรกิจคู่นี้ไม่ต้องการ “เราไม่เน้นปริมาณ เรามีจุดยืนคนละแบบกับค่ายฟอนต์อื่นๆ ถ้าถามระหว่าง 2 กลุ่มนี้เราเน้น Custom Design มากกว่าเพราะเรามีชื่อเสียงจากตลาดนี้ เมื่อนึกถึงคอสตอมฟอนต์คนจะนึกถึงคัดสรรดีมากก่อนชื่ออื่นๆเสมอ ส่วนรีเทลเป็นตลาดรอง เราค่อนข้างเลือกมาก ในการเพิ่มแบบตัวอักษร นักออกแบบที่ขายฟอนต์ผ่านคัดสรรดีมาก เราใช้ระบบมาตรฐานของบริษัทฟอนต์สากล ไม่ใช่การออกแบบโดยนักออกแบบนิรนาม มีการแบ่งเปอร์เซ็นต์ตามความชอบธรรม ทั้งหมดนี้ทำให้เราต่างจนคนอื่นในอุตสาหกรรมเดียวกัน”

แน่นอนว่าดีไซน์ที่มาจากคัดสรรดีมากย่อมไม่เหมือนใคร “คนทั่วไป ถ้ามองแวบแรกคนอาจจะแค่สะดุดตา ไม่ได้มองว่าใครออกแบบ แต่ถ้าคนที่คลุกวงในก็จะเริ่มดูรู้ว่าฟอนต์ลักษณะแบบนี้ เหมาะกับยุคสมัยประมาณนี้ ใครทำ จะหาได้จากที่ไหน” คุณพงษ์ธร กล่าว

“คือ คนที่รู้จักคัดสรรดีมากเขาจะนึกออกว่าฟอนต์เราจะเสถียรมาก สไตล์ประมาณไหน มันจะมีรสชาติ บางอย่าง เช่นว่าแบบตัวหนังสือของเรามันจะมีอะไรที่ท้าทายคนอ่านอยู่เรื่อยๆ เราจะดึงพื้นผิวใหม่ ลักษณะรูปร่างของตัวหนังสือ มันมีเหลี่ยมมุมที่เรียกว่าไม่ค่อยซ้ำรอยกับที่เคยมีมา ข้อหนึ่งที่ทำให้ฟอนต์เราค่อนข้างโดดเด่น ก็คือการออกแบบและแก้ไขปัญหาจากตัวภาษาอังกฤษ (ตัวอักษรละติน) มาเป็นภาษาไทย มันจะมีความกลมกลืนสูงจนเป็นเซ็ตเดียวกัน ถ้าไปดูฟอนต์ล่าสุดที่ทำให้โนเกีย เป็น Corporate font จากฟินแลนด์ ตัวภาษาไทยจะสอดคล้องกับภาษาอังกฤษที่เขามีอยู่อย่างสมบูรณ์ ซึ่งเราสามารถทำเป็นเนื้อเดียว ทำให้อินเตอร์เนชั่นแนลแคมเปญไปในทิศทางเดียวกันสามารถสื่อสารกับพื้นถิ่น โชว์ตัวตนได้ในตลาดเมืองไทยด้วยบุคลิกเดิม มันไม่ได้แปลแค่ตัวอักษร ไม่ได้แปลแค่ภาษา แต่แปลพื้นผิวความรู้สึกของภาษาด้วย” คุณอนุทิน เสริม

ที่สำคัญคัดสรรดีมากสามารถหาจุดกึ่งกลางระหว่างคำว่าการออกแบบกับการตลาดให้มาอยู่ด้วยกันอย่างลงตัว “ทีมเรามีทีมดีไซน์เนอร์ที่จะถูกจ่ายงานให้เหมาะกับลักษณะงาน การทำงานโดยไม่จำเป็นต้องเข้ามาทำงานในออฟฟิศ ผมต้องการให้พวกเขาออกไปใช้ชีวิต อันนี้เป็นจุดเด่นของบริษัทเราเลยก็ว่าได้ เราชอบทำงานแบบที่มี “Mobility” ค่อนข้างสูง ซึ่งวิธีนี้ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานดีขึ้นด้วยซ้ำ” คุณอนุทิน กล่าวถึงปรัชญาการทำงานที่คัดสรรดีมากใช้มาตั้งแต่เปิดบริษัท

“เราไม่อยากเห็นบรรยากาศการทำงานแบบที่ตอกบัตรทำงาน เรามีผู้ร่วมงานที่มีความรับผิดชอบ เราไม่มีพนักงานที่ต้องคอยถูกตรวจสอบคุณภาพงาน เมื่อคุณเข้ามาที่ออฟฟิตเราจะเห็นว่า ไม่ใช่ธรรมชาติเดียวกับบริษัทออกแบบทั่วๆไป งานออกแบบเป็นงานที่อาศัยทัศนคติสูงมากนะครับ ถ้ามีทัศนคติที่ดีที่ถูกต้องจะสะท้อนออกมาในงานเอง” คุณพงษ์ธร ทิ้งท้าย

ไปด้วยกันอย่างขัดแย้ง

วิชุดา เครือหิรัญ
กุมภาพันธ์ ๒๕๕๓

➜ จากคอลัมน์ Brief Encounter นิตยสารคอมพิวเตอร์อาร์ต ฉบับเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๕๓ ภายใต้ชื่อบทความ The making of 3DWorldTHA ขั้นตอนก่อนการมาถึงของฟอนต์ที่ชื่อ 3DWorldTHA



The creative - คัดสรรดีมาก ดีสทริบิวชั่น
ฟอนต์ภายใต้การดูแลของคัดสรรดีมากดีสทริบิวชั่น (หรือที่เคยรู้จักกันในนาม พฤติกรรมตัวอักษร) ออกสู่สายตาสาธารณชนเป็นครั้งแรกในปี 2539 พวกเขาเป็นบริษัทผู้แทนจำหน่ายฟอนต์ภาษาไทยที่รวบรวมนักออกแบบตัวอักษรชั้นนำที่มีประสบการณ์อย่างข้นคลั่กเอาไว้ ซึ่งมีเอกลักษณ์อยู่ที่การผสมผสานความร่วมสมัยเข้ากับการออกแบบที่ได้มาตรฐาน และมีการจัดการแบ่งปันผลอย่างเป็นธรรมอีกด้วย

The project - 3D WORLD & ImagineFX Thai Edition
เมื่อมีการรวมตัวกันของนิตยสารที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับการออกแบบ คอมพิวเตอร์ และเทคโนโลยี อย่าง 3D WORLD และ ImagineFX ในเวอร์ชั่นภาษาไทยทั้งที ทีมงานก็ตั้งใจเลือกสรรตัวอักษรไทยแบบใหม่เพื่อใช้ในเล่มโดยเฉพาะ ซึ่งนิตยสาร 3D WORLD ฉบับอังกฤษเลือกแบบตัวอักษรละตินประจำเล่มเพื่อสร้างภาพลักษณ์ คือฟอนต์ WeddingSans ที่ออกแบบโดย Andrea Tinnes จาก Typecuts งานออกแบบฟอนต์ไทยตัวใหม่เพื่อใช้กับนิตยสาร 3D WORLD & ImagineFX ในฉบับภาษาไทย จึงเกิดจากโจทย์หลักๆ 2 ประเด็น คือ แบบตัวอักษรไทยที่สอดคล้องกับ Wedding Sans บวกกับอีกหนึ่งโจทย์คือทางนิตยสาร 3D WORLD & ImagineFX ถูกใจฟอนต์ “อุตสาหกรรม” (UtSaHaGumm) ที่ออกแบบโดยอนุทิน วงศ์สรรคกร จากทางคัดสรรดีมาก ซึ่งเป็นแบบตัวอักษรไทยที่มีลักษณะโครงสร้างเป็นสี่เหลี่ยมมุมมน ให้ความรู้สึกถึงความเป็นเทคโนโลยี นั่นคือโจทย์ตั้งต้นสำหรับโปรเจ็กต์นี้

“ต้องเกริ่นก่อนว่าปกติแล้วทางคัดสรรดีมากรับงานคอสตอมหรือฟอนต์เพื่อองค์กรค่อนข้างหลากหลาย งานออกแบบฟอนต์ประเภทนี้จะต่างออกไปจากการจำหน่ายสิทธิหรือที่เรียกกันทั่วไปว่าฟอนต์สำหรับขาย คอสตอมมีโจทย์ ซึ่งโจทย์ที่ว่าจะแตกต่างออกไปตามแต่ละองค์กร” เอกลักษณ์ เพียรพนาเวช ไทป์ดีไซเนอร์ผู้รับผิดชอบงานนี้เริ่มต้นเล่าก่อนบอกต่อว่า “บางโจทย์ลูกค้าอาจจะไม่มีภาพในใจหรือไม่รู้ว่าตัวเองต้องการอะไร ก็เป็นหน้าที่เราที่จะต้องทำการศึกษา วิเคราะห์บุคลิกลักษณะ วิธีคิด วัฒนธรรมขององค์กร เพื่อที่จะนำเสนอแบบตัวอักษรใหม่ ให้ตรงกับภาพลักษณ์ที่ต้องการจะสื่อสารจากองค์กรนั้นๆ หรือบางองค์กรอาจจะมีภาพในใจอยู่ก่อนแล้ว เช่น บริษัทแม่ที่เมืองนอกเลือกหรือสั่งทำฟอนต์ละตินชุดใดชุดหนึ่งในการสร้างแบรนดิ้ง จึงต้องการแบบตัวอักษรไทยที่สอดคล้องเป็นบุคลิกเดียวกัน”

ขนบธรรมเนียมปกติที่คุ้นเคยของการออกแบบตัวอักษร คือ การสร้างโครงสร้างตัวอักษรที่เป็นโครงสร้างแบบเดียวกันเพื่อให้ชุดอักษรนั้นดูกลมกลืนกันมากที่สุด แต่แนวคิดนั้นกลับไม่ใช่สำหรับ WeddingSans “ผมว่ามันเหมือนการเอาตัวอักษร 2 บุคลิกมาแต่งงานกันเลย” เอกลักษณ์บอกติดตลก ขณะเห็นตัวอักษรนี้เป็นครั้งแรกโดยการคาดเดาจากชื่อ

จากการทำการศึกษาถึงแบบตัวอักษรละตินชุดนี้ ทำให้เห็นว่ามีโครงสร้างหลักๆ ในชุดอักษรร่วมสมัยนี้ อยู่ 2 โครงสร้าง คือ ลักษณะโครงสร้างที่เป็นสี่เหลี่ยมมุมมนตามรูปแบบนิยมสำหรับงานที่ต้องการสื่อสารถึงความทันสมัยและเทคโนโลยี ซึ่งส่วนนี้มีความละม้ายกับฟอนต์อุตสาหกรรมของเรา แต่ที่แปลกออกไปจากปกตินิยมคือ มีอีกโครงสร้างที่ผสมอยู่คือ ลักษณะตัวอักษรที่เป็นลักษณะกลมที่ต่างกันอย่างชัดเจน ซึ่งทั้งสองโครงสร้างที่ต่างกันนี้ ถูกเลือกออกแบบให้มีปริมาณตัวอักษรที่ใกล้เคียงกัน รวมทั้ง ตัวละตินพิมพ์ใหญ่ (capitals) ที่ค่อนข้างผอม กับ ตัวพิมพ์เล็ก (lowercase) ที่ค่อนข้างกว้างซึ่งขัดแย้งกัน

สิ่งเหล่านี้คือประเด็นสำคัญที่ทางทีมออกแบบของคัดสรรดีมาก คิดว่าควรจะนำเสนอให้ทางทีมของนิตยสาร 3D WORLD & ImagineFX Thai Edition ให้เข้าใจตรงกันในประเด็นแรกก่อนที่กระบวนการออกแบบจะดำเนินต่อไป การอ่านการออกแบบจากต้นแบบละตินจึงมีความสำคัญมาก ฉะนั้นเราจึงต้องเข้าใจตรรกะของตัวละตินก่อน

ที่จริงแล้ว แนวคิดเรื่องการนำโครงสร้างตัวอักษรสองตัวมาผสมผสานกันไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ส่วนใหญ่แล้วแบบตัวอักษรที่ถูกออกแบบใหม่นั้นจะถูกออกแบบให้กลมกลืนกัน แต่เพราะ Wedding Sans ชุดนี้ได้อิทธิพลมาจากงาน Family Affair: a family album of font marriages ซึ่งเป็น MFA Thesis Project ที่ CalArts ของ Andrea Tinnes เอง เป็นโปรเจ็กต์ที่เอาแบบตัวอักษรแต่ละคู่มาผสมหรือแต่งงานกันเหมือนที่เอกลักษณ์เกริ่นไว้ ความคิดที่จะให้ตัวอักษร 2 โครงสร้างที่ต่างกันอยู่ร่วมกัน ไม่ใช่เกิดจากความผิดพลาดทางการออกแบบอย่างแน่นอน แต่การเลือกที่จะกระจายบุคลิกว่าตัวใดเหลี่ยมตัวใดมนนั้นถูกพิจารณาโดยตรรกะใด?

เราพยายามหาแนวความคิดเพื่อจับจริตดังกล่าวมาใช้เป็นแนวทางในการกระจายลักษณะเด่นสองประเภทในฟอนต์ชุดนี้ ระบบตัวนำค้านกับตัวตาม ถูกนำมาใช้ได้อย่างไม่ขัดเขินมากเพราะการออกแบบภาษาไทยมีแนวคิดเรื่องนี้อยู่บ้างอย่างเช่นในชุดของ พ ฟ ผ ฝ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเหมือนกันทั้งสี่ตัว ตัวอักษรบางตัวไม่ได้ใช้โครงสร้างเดียวกัน Christian Schwartz ตั้งข้อสังเกตไว้ว่าอาจจะไม่ได้มีการแบ่งสัดส่วนแบบคณิตศาสตร์เข้ามาเกี่ยวข้อง ซึ่งสนับสนุนความคิดของเอกลักษณ์และอนุทิน ที่ว่า น่าจะเป็นในเรื่องของการกระจายความสมดุลให้กับสองบุคลิกเมื่อพิมพ์เคล้ากันมากกว่า ซึ่งไม่ได้หมายความถึงสัดส่วน 50 : 50 เสมอไป เพราะตัวอักษรบางกลุ่มเราจะพบเห็นได้บ่อยกว่าที่เหลือ เมื่อทำความเข้าใจกับแนวคิดนี้ที่ถ่ายทอดผ่านตัวอักษร Wedding Sans ทางคัดสรรดีมากจึงคิดว่า เราควรที่จะคงเจตนาของนักออกแบบเดิมไว้ขณะที่ออกแบบตัวอักษรไทย

ในกระบวนการออกแบบหลังจากทำความเข้าใจกับโจทย์ เนื่องจากเรามีแบบตัวอักษรไทยที่ชื่อ ‘อุตสาหกรรม’ เป็นโครงตั้งต้น จากนั้นเราเริ่มจากการหาโครงสร้างสัญฐานหลักของตัวอักษรไทยและปรับให้เข้าและพอดีกันกับตัวละตินที่มีความกว้างหลากหลายของตัวพิมพ์ใหญ่เล็กที่ขัดกัน รวมถึงการปรับหาความหนาบางของตัวอักษรเมื่อใช้ร่วมกันกับละติน ซึ่งส่วนนี้เป็นงานปกติที่นักออกแบบตัวอักษรต้องคำนึงเป็นอันดับต้นๆ แน่นอนสิ่งที่ท้าทายสำหรับงานโปรเจ็กต์นี้คือ การเลือกตัวอักษรที่จะให้ตัวไหนมีโครงสร้างแบบเหลี่ยม และตัวไหนให้โครงสร้างกลม ซึ่งต้องคำนึงถึงปริมาณขณะใช้งานให้เกิดพื้นผิวที่ตื่นเต้นอย่างสมดุล เพราะงานออกแบบฟอนต์สิ่งที่มีอิทธิพลต่อผลลัพธ์ปลายทางนั้นก็คือ นักออกแบบที่นำไปใช้ ซึ่งเราเชื่อว่า อาร์ตไดเร็กเตอร์ของ 3D WORLD ประเทศอังกฤษ ตั้งใจเลือกแบบตัวอักษรที่แปลกใหม่นี้มาตั้งต้น น่าจะเป็นเพราะมองเห็นอะไรบางอย่างในแบบตัวอักษรชุดนี้ที่ท้าทายคนอ่าน

การค้นคว้าข้อมูลและวิเคราะห์โจทย์อย่างจริงจัง โดยใช้ความรู้เรื่องการออกแบบตัวอักษรเป็นตัวช่วย คือสิ่งที่ทำให้ทางคัดสรรดีมากเป็นผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางในงานด้านนี้อย่างไร้ข้อสงสัย

สร้าง CI ให้ IC สนทนากับ คัดสรรดีมาก (Part 2)

ยุทธิพงศ์ แซ่จิว
พฤศจิกายน ๒๕๕๒

(ตอนที่ ๒)
บทบันทึกจากการสนทนาระหว่าง ยุทธิพงศ์ แซ่จิว จากนิตยสาร The Company (Thaicoon) กับสองผู้ร่วมก่อตั้ง คัดสรรดีมาก พงศ์ธร หิรัญพฤกษ์ พูดถึงงานออกแบบอัตลักษณ์ และการดูแลภาพลักษณ์ขององค์กร โดยอธิบายในภาษาที่เข้าใจได้ง่าย เสริมด้วยความคิดเห็นจาก อนุทิน วงศ์สรรคกร เกี่ยวกับงานและธุรกิจของคัดสรรดีมาก



Corporate Typeface พูดด้วยภาษาของตัวเอง

➜ งานอีกประเภทที่คัดสรรดีมาก มีความโดดเด่น จนอาจเรียกได้ว่าเป็นกลุ่มผู้นำของงานสร้างสรรค์ประเภทนี้คือ การออกแบบ Corporate Typeface หรือ "แบบตัวอักษรสำหรับองค์กร" ซึ่งงานเหล่านี้ หลายคนอาจยังไม่เคยรู้ว่ามันมีในกระบวนการของการออกแบบด้วย

“เนื่องจากหนึ่งในพาร์ทเนอร์ของเราคือคุณอนุทินซึ่งทำงานทางด้าน Type Design อยู่ตั้งแต่แรกแล้ว จึงทำให้สามารถทำงานร่วมกันได้แบบครบวงจร คือลูกค้าจะได้รับการดูแลทั้งในส่วนของงานกราฟิกดีไซน์ และในส่วนของการนำตัวอักษรไปใช้ในงานด้วย ซึ่งในระยะแรกก็ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่ลูกค้าบางคนอาจจะไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไหร่ เนื่องจากศาสตร์ของ Typography ยังไม่อยู่ในความสนใจเหมือนในปัจจุบัน” พงศ์ธรกล่าว

อนุทิน วงศ์สรรคกร Partner & Creative Director กล่าวเพิ่มว่า “ที่จริงเรื่องการออกแบบตัวอักษรมันก็มีมานานแล้ว คนไทยยังคิดว่าตัวหนังสือเอามาทำได้แค่เรียงหน้ากระดาษธรรมดา แต่เราออกมาพูดเสียงดังหน่อยว่า การจัดการตัวหนังสือบนหน้ากระดาษมันมีอะไรมากกว่าการจัดเลย์เอาท์แบบธรรมดา และสามารถเล่นกับมันได้มาก คนก็เลยรู้จักเรา”

เพราะ Type Design และ Typography เป็นศาสตร์ที่ต้องได้รับการขยายให้เห็นความสำคัญ การจัดการและการออกแบบตัวอักษร จึงคล้ายจะเป็นมิติใหม่ของคนทั่วไป และแม้กระทั่งกับลูกค้าด้วย

“โดยปกติ องค์กรหนึ่งจะต้องมีการสื่อสารสู่ภายนอกอยู่แล้ว และก็ต้องเลือกแบบตัวอักษรในการใช้งาน อย่างในองค์กรของต่างประเทศนั้น Corporate Identity ในธุรกิจเป็นเรื่องสามัญ การมี Corporate Typeface ก็ย่อมเป็นเรื่องปกติเช่นกัน เวลาที่ต้องการสื่อสาร ก็จะใช้แบบตัวอักษรนั้นกับทุกอย่าง ผู้รับสารก็จะได้รับรู้ถึงน้ำเสียงผ่านแบบตัวอักษรที่เหมือนกันในทุกสื่อ ในฐานะที่เราเป็นกราฟิกดีไซเนอร์ก็เลยนำข้อดีตรงนี้มานำเสนอ เพื่อให้ลูกค้าเห็นถึงความสำคัญ” พงศ์ธรอธิบาย

อนุทิน เสริมว่า "การมี Corporate Typeface ยังได้ผลในมิติของ Branding เพราะสร้างความแตกต่างได้อย่างชัดเจน ในมิติของการลงทุนเองก็เช่นกัน การที่องค์กรสักแห่งจะต้องจ่ายเงินเพื่อที่จะซื้อฟอนต์ทั่วไป ที่ใครๆ ก็หาซื้อได้มาใช้ ทำให้เกิดคำถามตามมาว่าทำไมจึงเลือกใช้แบบตัวอักษรที่เหมือนกับคนอื่นๆ แล้วความจำเพาะอยู่ตรงไหน? ฉะนั้นการเลือกที่จะมี Corporate Typeface เพื่อสื่อถึงบุคลิกขององค์กร จะได้มาซึ่งอัตลักษณ์และน้ำเสียงขององค์กรนั้นๆ อย่างแท้จริง"

What is next for Cadson Demak? ก้าวต่อไปของคัดสรรดีมาก

ระยะเวลากว่า 7 ปีที่ผ่านมา คัดสรรดีมาก มีการเติบโตขึ้นทุกปี ลูกค้าแทบทั้งหมดจะมาในลักษณะของการบอกต่อ จากช่วงแรกที่ทำงานให้กับองค์กรขนาดเล็ก เติบโตมาเป็นลำดับ จนมีโอกาสร่วมงานกับบริษัทต่างๆ อาทิเช่น ไทยเบฟเวอเรจ ดีแทค เอไอเอส กสท. และ อมรินทร์พริ้นติ้งฯ เป็นเหมือนการรับรองว่า งานของคัดสรรดีมากได้รับการตอบรับ ซึ่งก็เป็นไปในทิศทางเดียวกันกับวงการออกแบบที่เติบโตขึ้นด้วยเช่นกัน

“เรามีความรู้สึกว่าพอชั่วโมงการทำงานสะสมมากขึ้น เราสามารถมีส่วนร่วมเป็นคู่คิดกับลูกค้าและช่วยดูแลในส่วนของการออกแบบในมิติอื่นๆ เหมือนเริ่มเดินไปด้วยกันตั้งแต่แรก” อนุทินเพิ่มเติม

ไม่เพียงเท่านั้น การเป็นผู้นำทางด้าน Custom Corporate Typeface ยังส่งให้ คัดสรรดีมาก เริ่มขยายธุรกิจในอีกรูปแบบ เป็นที่มาของ คัดสรรดีมาก ดิสทริบิวชั่น ธุรกิจฟอนต์สำหรับตลาดรีเทล โดยใช้โมเดลการจัดจำหน่ายด้วยรูปแบบสากล นั่นคือทำงานร่วมกับนักออกแบบ และสร้างช่องทางจัดจำหน่ายเพื่อให้สอดคล้องกับโครงสร้างธุรกิจการออกแบบ ซึ่งจะทำให้องค์กรเล็กๆ ได้มีโอกาสใช้งานฟอนต์สำเร็จรูปที่ใหม่สดและมีเอกลักษณ์เหมาะสมกับองค์กรในราคาที่ย่อมเยาลงมาอีกด้วย



Annex ภาคผนวก

“แต่ละองค์กรอย่าง ดีแทค กสท. เทสโก้โลตัส หรือว่าเอไอเอส เราทำงานร่วมกับคนที่สร้างแบรนด์หรือบริษัทโฆษณาอยู่แล้ว คุยกันกลับไปกลับมาในเรื่อง ‘แบบ’ ว่า จุดนี้สามารถตอบโจทย์แบรนด์นี้ได้หรือไม่ บุคลิกของแบรนด์นี้เป็นอย่างไร แล้วแคมเปญโฆษณาก็จะต้องสะท้อนกันไปมาระหว่าง ‘ตัวหนังสือ’ ที่เขาต้องใช้ ซึ่งตรงนี้เป็นอีกประเด็นหนึ่งที่คนมองข้ามไปและคิดไม่ถึงว่ามันมีมิติหนึ่งที่ต้องคิดด้วยระหว่างการทำงาน”

“จุดเริ่มต้นที่ทำให้คนหมู่มากได้เห็นงานของเราคือ เอไอเอส ที่เราทำ Custom Corporate Typeface ภาษาไทยชื่อ smb advanced แล้วเอไอเอสก็นำมาใช้ในงาน Corporate Identity ทั้งหมดขององค์กร พอองค์กรใหญ่เริ่มเห็นความสำคัญ มันก็เหมือนกับเป็นตัวกระตุ้นทำให้องค์กรอื่นๆ เห็นความสำคัญ เกิดความตื่นตัวมากขึ้น รวมถึงในวงการหนังสือหรือสิ่งพิมพ์ต่างๆ”

“คนมักคิดว่าสั่งทำ Corporate Typeface แล้วก็น่าจะจบ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ เพราะยังมีมิติของการนำตัวอักษรไปใช้เพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ถูกต้อง เวลาทำงานก็มีเนื้องานที่เราต้องคุยกันยาว บางทีลึกไปถึงเลย์เอ้าท์ หรือโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆ ต้องคิดล่วงหน้าไปไกล เพราะว่าเขาต้องเอาตัวหนังสือนี้ไปใช้ในอีกหลายๆ สถานการณ์ ทั้งสื่อภาพนิ่งและเคลื่อนไหว”

“ความพอใจของลูกค้าคือการที่เขารู้สึกว่านักออกแบบมีความเข้าใจและสามารถ visualize concept ออกมาเป็นรูปธรรมได้จริงๆ งานของบริษัทออกแบบแต่ละแห่งต่างมีวิธีคิดและการแสดงออกในรูปแบบหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่ามันไม่สามารถตอบรับได้กับงานทุกสไตล์ แต่มันก็มีขอบเขตของมันอยู่ จึงเป็นเรื่องสำคัญมากที่องค์กรจะเลือกบริษัทออกแบบที่เขารู้สึกว่ามีคลื่นความคิดและทัศนคติที่ตรงกัน"

“งานโลโก้เป็นงานที่มีองค์ประกอบน้อยอยู่แล้ว เป็นงานที่ต้องตัดทอนและตัดใจพูดเฉพาะสิ่งที่จำเป็น คุณค่าและเสน่ห์ของมันจะอยู่ที่ความคิดที่เราใส่ลงไปในงาน เพื่อสื่อถึงบุคลิก ประเภทกิจการ และปรัชญาอย่างโลโก้ที่เราทำมักมีอย่างน้อย 2 ความหมายขึ้นไปเสมอ ขึ้นอยู่กับความเหมาะสม

ความสำเร็จของการทำ CI แบ่งเป็น 2 ขั้น ขั้นแรกคือ เจ้าขององค์กรได้งานที่ตรงกับภาพลักษณ์ขององค์กรที่เขาต้องการหรือไม่ ซึ่งหากทั้งโลโก้ แบบอักษร ฯลฯ ออกมาได้ตรงกัน และถูกพิสูจน์แล้วด้วยกระบวนการใดๆ ไม่ว่าจะเป็นงานวิจัยหรืออะไรก็ตาม โอกาสที่มันจะประสบความสำเร็จในเชิงธุรกิจขององค์กรนั้นก็มี ซึ่งถ้าหากนักออกแบบทำได้ถึงตรงนั้นก็ถือว่าประสบความสำเร็จ อีกขั้นหนึ่งคือ คนในองค์กรพึงพอใจกับ CI นั้นหรือไม่ หากเขารับได้ก็จะเกิดความรู้สึกดีกับแบรนด์และองค์กรที่ทำงาน ก็จะเกิดความเชื่อมั่นจากภายในออกมาสู่ภายนอก

“งานกราฟิกดีไซน์ มีธรรมชาติของตัวเองที่ออกจะแปลกอยู่สักหน่อย คือมันเป็นงานออกแบบเพื่อการสื่อสารผ่านภาพและตัวอักษรทุกชนิด พอมีเรื่องของ "การสื่อสาร" มันก็ต้องเกิด "การตีความ" แล้วแต่ละบุคคลก็มีความคิดความรู้สึกของตัวเองที่เราเรียกว่านานาจิตตัง บางคนก็อธิบายไม่ได้ว่าทำไมเขาถึงเชื่อถือองค์กรนี้หรือแบรนด์นี้ ฉะนั้นงานออกแบบภาพลักษณ์ขององค์กรจึงมีมากกว่า "สิ่งที่เห็น" นั่นก็คือ "สิ่งที่รู้สึก"

สร้าง CI ให้ IC สนทนากับ คัดสรรดีมาก (Part 1)

ยุทธิพงศ์ แซ่จิว
พฤศจิกายน ๒๕๕๒

บทบันทึกจากการสนทนาระหว่าง ยุทธิพงศ์ แซ่จิว จากนิตยสาร The Company (Thaicoon) กับสองผู้ร่วมก่อตั้ง คัดสรรดีมาก พงศ์ธร หิรัญพฤกษ์ พูดถึงงานออกแบบอัตลักษณ์ และการดูแลภาพลักษณ์ขององค์กร โดยอธิบายในภาษาที่เข้าใจได้ง่าย เสริมด้วยความคิดเห็นจาก อนุทิน วงศ์สรรคกร เกี่ยวกับงานและธุรกิจของคัดสรรดีมาก

Corporate Identity สร้าง CI ให้ IC

➜ ในช่วงเวลาไม่กี่ปีที่ผ่านมา กล่าวได้อย่างเต็มปากว่า องค์กรชั้นนำหลายๆ แห่งเริ่มเห็นความสำคัญของการสร้างภาพลักษณ์องค์กร (Corporate Identity) ของตัวเองมากขึ้น

โดยภาพลักษณ์เหล่านั้นจะถูกแฝงอยู่ในทุกกระบวนการสื่อสารที่ออกมาสู่วงกว้าง ไม่ว่าจะเป็น สัญลักษณ์ (Logo) สี ตัวหนังสือ เครื่องแบบ นามบัตร ยานพาหนะ ฯลฯ เรียกได้ว่าทุกสิ่งทุกอย่างที่ออกมาจากองค์กรสู่สาธารณชนจะต้องมีความเป็นเอกภาพและสื่อถึงตัวตนขององค์กรนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

เช่น เมื่อเราเห็นงานทุกชิ้นของ dtac ไม่ว่าจะเป็นโฆษณา สี แผ่นพับ ฯลฯ จะรู้สึกได้ทันทีว่าองค์กรนี้ มีความสดใสและขี้เล่นอยู่ในตัว กรณีเดียวกันกับ Apple ที่ทั้งตัวผลิตภัณฑ์ ร้าน โฆษณา และอื่นๆ ล้วนสื่อถึงความเป็นองค์กรสร้างสรรค์ออกมาได้ โดยไม่เคยต้องมาประกาศว่า Apple เป็นเช่นไร

ภาพลักษณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นมาโดยบังเอิญ แต่มาจากการทำงานร่วมกันระหว่างองค์กรและนักออกแบบ เพื่อให้ได้ภาพลักษณ์ที่ถูกต้อง เหมาะสม สามารถสะท้อนถึงบุคลิก เป้าหมาย ตลอดจนปรัชญาการทำงานขององค์กรนั้นๆ ได้  นอกจากนี้การดูแลภาพลักษณ์อย่างต่อเนื่องก็เป็นสิ่งสำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน

คัดสรรดีมาก เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญการสื่อสารโดยผ่านงานกราฟิกดีไซน์ ไทป์ดีไซน์ และแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับตัวอักษร ก่อตั้งขึ้นโดยนักออกแบบหลักสองคนคือ อนุทิน วงศ์สรรคกร และ พงศ์ธร หิรัญพฤกษ์ กับนักประชาสัมพันธ์ บุรินทร์ เหมทัต 

พงศ์ธร หิรัญพฤกษ์ Partner & Design Director เริ่มต้นให้สัมภาษณ์กับเราว่า “คัดสรรดีมาก ทำงาน  Corporate Identity ในส่วนของ Corporate Design โดยเริ่มตั้งแต่สัญลักษณ์องค์กรหรือโลโก้ที่สามารถสร้างแบบตัวอักษรเฉพาะ (Lettering) ทั้งภาษาไทยและอังกฤษให้ใช้ควบคู่กันไปได้ ออกแบบชุดตัวอักษรสำหรับองค์กร (Corporate Typeface) ตลอดจนการวางแผนการสร้างและดูแลรักษาภาพลักษณ์ (Image Planning)

ผมคิดว่าเป็นเรื่องน่ายินดีที่ผู้ประกอบการหันมาให้ความสนใจกับภาพลักษณ์องค์กรของตัวเองมากขึ้น เราสังเกตได้จากความต้องการและขอบเขตของงานที่ขยายขึ้น จากในช่วงแรกที่องค์กรขนาดเล็กจนถึงขนาดกลาง มักจะมีความคาดหวังเพียงการได้โลโก้ที่ดี แต่ไม่ได้วางแผนการใช้งานให้ต่อเนื่องอย่างมีระบบ ซึ่งเราก็เข้าใจได้ว่างบประมาณของแต่ละองค์กรอาจไม่ได้ถูกจัดสรรมาให้ส่วนนี้เท่าที่ควร บางครั้งเลยมีการนำโลโก้ไปจัดการขยายผลต่อกันเองภายใน เริ่มตั้งแต่ชุดจดหมายธุรกิจ ป้าย การจัดร้าน แผ่นพับ ไปจนถึงสื่ออื่นๆ ซึ่งทำให้เกิดความเสี่ยงในการรับรู้ที่คลาดเคลื่อนของกลุ่มเป้าหมาย เนื่องจากการส่งสารที่ไม่สามารถรักษาภาพลักษณ์ที่ต้องการไว้ได้ 

การทำให้ใครประทับใจหรือเสียความรู้สึกเป็นเรื่องระดับจิตใต้สำนึกที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงกันได้ง่ายๆ จะเห็นได้ว่าองค์กรที่ประสบความสำเร็จ จะพิถีพิถันกับกระบวนการสร้างภาพลักษณ์ที่ประณีต เพราะจะทำให้ลูกค้าของเขานั้นรู้สึกว่า "ได้รับการใส่ใจ" ในทุกๆ ครั้งที่ได้รับการสื่อสารผ่านงาน Corporate Identity  ซึ่งจะทำให้เกิดศรัทธา ความไว้เนื้อเชื่อใจ และก็ยากที่จะเปลี่ยนความรู้สึกหากว่าองค์กรนั้นมีความคงที่และความสม่ำเสมอ

เพราะฉะนั้นการดูแลใส่ใจ ตั้งแต่เริ่มต้นย่อมมีราคาค่างวดที่ถูกกว่าการตามแก้ไขในภายหลังแน่นอน ถ้าทำให้ดีตั้งแต่แรกการปรับเปลี่ยนมันก็จะเป็นแค่การปัดฝุ่นให้ทันยุคสมัยยิ่งขึ้น

อีกหนึ่งประเด็นสำคัญที่อยากให้เกิดขึ้นในทุกองค์กร คือการจัดให้มีบุคลากรที่ทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างองค์กรและนักออกแบบ คนที่มีความเข้าใจในตัวองค์กรเองอย่างถ่องแท้และมีความเข้าใจในงานออกแบบสูง สามารถตัดสินใจซื้องานออกแบบที่เหมาะสม เพราะนั่นไม่ได้หมายถึงแค่การเลือกซื้องานที่ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานเท่านั้น แต่ยังสามารถช่วยผลักดันให้ภาพลักษณ์องค์กรอยู่สูงกว่ามาตรฐานที่เคยเป็นได้"


Refresh Corporate Identity ร่วมสมัยอยู่เสมอ

เราจะรู้ได้อย่างไรว่าเมื่อไรควรปรับเปลี่ยน CI ของตัวเอง เพราะเมื่อ CI ไม่ใช่สินค้าอุปโภคบริโภคที่มีฉลากบอกวันหมดอายุ และเป็นสิ่งที่สร้างสรรค์ขึ้นมาแล้วใช้ไปได้เรื่อยๆ 

คำถามนี้ พงศ์ธรตอบว่า "เป็นธรรมดาที่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยน มุมมองของคนก็เปลี่ยน CI ของบางองค์กรอาจดูไม่ทันยุค จึงสามารถมีการปรับเพื่อให้หน้าตาดูเหมาะต่อกาลเวลามากขึ้น แต่ก็มีอีกหลายปัจจัยเหมือนกัน เช่น ถ้าวิธีการบริหาร หรือว่าบุคลิกขององค์กรเปลี่ยน ผลิตภัณฑ์ที่ขายถูกพัฒนา เปลี่ยนกลุ่มเป้าหมาย หรือเกิดการเปลี่ยนแปลงจากภายในออกมา ภาพลักษณ์ที่แสดงให้คนภายนอกเห็นก็มีเหตุและผลที่จะต้องปรับตามความเหมาะสม ยิ่งทุกวันนี้ การเปลี่ยนแปลงของธุรกิจนั้นรวดเร็ว ยิ่งการสื่อสารและการกระจายข้อมูลรวดเร็วขึ้นเพียงใด แนวโน้มที่จะรู้สึกล้าสมัยก็จะเกิดได้เร็วขึ้น แต่ก่อนโลโก้อันหนึ่งอาจอยู่ได้เป็น 10 ปี ค่อยมาปรับกันทีแต่ทุกวันนี้มันอาจจะลดเหลือแค่ 5-6 ปี”


อ่านบทสัมภาษณ์ พงศ์ธร หิรัญพฤกษ์ และ อนุทิน วงศ์สรรคกร ในนิตยสาร The Company ต่อได้จาก สร้าง CI ให้ IC สนทนากับ คัดสรรดีมาก (Part 2)

คัดสรรดีมากในบราซิล

คัดสรรดีมาก
ตุลาคม ๒๕๕๑



-----» จากการทัวร์ประเทศไทยของ ไทเลอร์ และ ฟราเวียร์ จอนสัน (Tyler & Flavia Johnson) ด้วยความร่วมมือกับ AIGA / XCD แวะเยี่ยมเยียนสตูดิโอออกแบบในกรุงเทพฯ อาทิ Color Party, Be Our Friend, Default, Case Study และ คัดสรรดีมาก (Behaviour/Cadson Demak) เพื่อเก็บข้อมูลในเชิงวิจัย จากคำแนะนำของ Tnop ทั้งสองคนจัดทำเนื้อหาเพื่อโชว์ในงาน TMGD 2008 ที่จัดขึ้นในประเทศบราซิล เมื่อวันที่ ๔ กันยายน ๒๕๕๑ เป็นการสัมมานาใหญ่ของนักออกแบบในโซนลาตินอเมริกา นักออกแบบชาวเอมริกาใต้ร่วม ๕,๐๐๐ คนเข้าร่วมงานและฟังการบรรยาย ขอบคุณทั้งคู่ที่ส่งรูปในส่วนของการบรรยายเกี่ยวกับ คัดสรรดีมาก การสร้างธุรกิจการออกแบบตัวอักษร และอัขรศิลป์ ในประเทศไทย มาฝากให้ได้เห็นบรรยากาศงาน

Cadson Demak on Channel 5

คัดสรรดีมาก
สิงหาคม ๒๕๕๑

-----» สกู๊ปสั้นจากรายการ ‘ไปไหนไปกัน’ ออกอากาศทาง ททบ ๕ วันเสาร์ที่ ๒๓ สิงหาคม ตระการ พันธุมเลิศรุจี พูดคุยกับ อนุทิน วงศ์สรรคกร ที่สำนักงานของ บริษัทคัดสรรดีมาก จำกัด (คัดสรรดีมาก ดีสทริบิวชั่น) เกี่ยวกับเรื่องทั่วไปของการใช้ตัวอักษร แบบตัวอักษร และการออกแบบตัวอักษร

A short video clip of a TV show “Pai Nai Pai Kan” from Thailand channel 5. This episode was aired on Saturday 23rd of August 2008. A small chat with Anuthin Wongsunkakon and a bit on typographic business in Thailand.





ผลงานการออกแบบตัวอักษรที่ปรากฏในเทปรายการนี้เป็นผลงานของ อนุทิน วงศ์สรรคกร และ เอกลักษณ์ เพียรพนาเวช ไทป์ไดเรคเตอร์ ของ คัดสรรดีมากดีสทริบิวชั่น มีรูปบางส่วนเป็นรูปที่ทางรายการนำมาประกอบเสริมบ้างเล็กน้อย ในส่วนดังกล่าวทาง บริษัท คัดสรรดีมาก จำกัด ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเลือกใช้ภาพ

All the work samples shown in this video were created and selected by Anuthin Wongsunkakon & Ekaluck Peanpanawate the two type directors of Cadson Demak Distribution. Some pieces of type work were added later by the tv show and its production. Cadson Demak Co.,Ltd. is not responsible for any legal and copyright.

ขอขอบคุณไฟล์คลิปวิดิโอจาก บริษัท ตลันต์ จำกัด ผู้ผลิตรายการ ไปไหนไปกัน

จากบทความสู่โปสเตอร์

คัดสรรดีมาก และ พฤติกรรมการออกแบบ
มีนาคม ๒๕๕๑





-----» โปสเตอร์จากคัดสรรดีมากเพื่อการโปรโมทเวบล็อคอนุทิน.คอม ออกแบบโดย อนุทิน วงศ์สรรคกร และ ภูมิ รัตตวิศิษฐ์ โดยใช้แนวคิดจากการดึงไฮท์ไลท์บางส่วนจากเนื้อหาของบทความ ปฏิรูปการเรียนการสอนการออกแบบ(เถอะ…ได้โปรด) ที่เขียนขึ้นในปี ๒๕๔๒ ตีพิมพ์ครั้งแรกในการรวมเล่มของ Corporation 4d บันทึกบรรยาย ๑๐ บทความเลขนศิลป์ศึกษาเชิงไปรเวท พิมพ์สองสีหน้าหลังบนกระดาษปอนด์ แบบตัวอักษรภาษาไทยบนโปสเตอร์นี้ถูกออกแบบเพื่อ ร้านบุษบาอีทไทย ในกรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ เพื่อให้เข้ากับ AG Book Rounded โดยไทป์ไดเร็คเตอร์ของคัดสรรดีมาก เอกลักษณ์ เพียรพนาเวช








แจกฟรีในจำนวนจำกัด สามารถแจ้งความต้องการโปสเตอร์นี้ได้สำหรับผู้อ่านเวบล็อค โปสเตอร์นี้จะถูกจัดส่งถึงท่านทางไปรษณีย์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ สามารถแจ้งความจำนงได้ทางอีเมลล์นี้ กรุณาพิมพ์หัวเรื่องอีเมลล์ของท่านว่า “Essay Poster” โปสเตอร์มีจำนวนจำกัดเพียงแค่ ๑๐๐ แผ่นเท่านั้น และจะดำเนินการจัดส่งในช่วงเดือนเมษายน ๒๕๕๑

อีกวิธีในการ Save TCDC

คัดสรรดีมาก
มกราคม ๒๕๕๑

-----» กรณีทีซีดีซีละเมิดสิทธิ์การใช้ฟอนต์ภาษาไทย ทัศนะ ของ คัดสรรดีมาก/พฤติกรรมการออกแบบ ข้อความในจดหมายชี้แจงนี้ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกรณีการยุบหรือควบรวมทีซีดีซี กรุณาใช้วุฒิภาวะผนวกกับวิจารณญาณในการอ่าน และโปรดแยกแยะประเด็นบุคคลและองค์กรออกจากกัน บทความนี้ถูกเขียนขึ้นโดยต้องการชี้แจงให้ทราบถึงสิ่งไม่ถูกต้องที่เกิดขึ้น ในรูปแบบที่กระชับตรงประเด็น เพื่อเป็นบันทึกช่วยจำ

เนื่องจากกรณีพิพาทนี้ได้เกิดขึ้นมาระยะเวลาร่วมห้าเดือนแล้ว แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรมในกรอบเวลาที่สมควร ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความไม่จริงใจและจริงจังในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ทาง คัดสรรดีมาก/พฤติกรรมการออกแบบ เห็นว่าสมควรแก่เวลาแล้วที่จะนำกรณีนี้ออกจากการตกลงเป็นการภายใน เพื่อให้สาธารณะทราบถึงสิ่งที่เกิดขึ้น

• ต้นเหตุของเรื่อง
คัดสรรดีมาก/พฤติกรรมการออกแบบ ได้รับแจ้งเกี่ยวกับการละเมิดใช้ฟอนต์ ‘ทัศนะ’ โดยได้มีการพบหลักฐานการนำไปใช้ในสื่อสิ่งพิมพ์ของทีซีดีซี จึงได้มีการทำอีเมลล์ ผนวกกับการติดต่อทางโทรศัพท์แจ้งไปยังทีซีดีซี จนสืบความได้ว่าผู้ที่รับผิดชอบคือ คุณพจน์ (ขอสงวนนามสกุล) เจ้าหน้าที่ของทีซีดีซี ในตำแหน่งอาร์ตไดเร็คเตอร์ ฝ่ายสื่อสารการตลาดและประชาสัมพันธ์ซึ่งต่อมาได้ทราบว่าเป็นผู้เดียวกันกับผู้ที่ทำการละเมิดสิทธิ์นำไฟล์ฟอนต์มาทำซ้ำและใช้ในงานออกแบบ

• ก๊อปปี้ของฟอนต์ทัศนะมาจากไหน
จากการสอบถามจึงได้รับทราบว่า เป็นการนำมาจากไฟล์งานที่ทางทีซีดีซีว่าจ้างบริษัทออกแบบภายนอกเพื่อการออกแบบสิ่งพิมพ์ต่างๆขององค์กรแห่งนี้ โดยมีการทำสำเนาไฟล์ออกมาจากซีดีอาร์ตเวิร์คที่ทางบริษัทออกแบบนี้ส่งมอบ จากการตรวจสอบบริษัทดังกล่าวได้ซื้อสิทธิ์การใช้ฟอนต์ทัศนะอย่างถูกต้องและมีสิทธิ์อย่างเต็มที่ในการใช้ฟอนต์นี้เพื่อการออกแบบในงานใดก็ได้ ประเด็นจึงอยู่ที่การลักลอบนำฟอนต์ที่มากับส่งมอบงานไปทำซ้ำและใช้ในงานออกแบบอื่นๆของทีซีดีซีเอง

คุณพจน์ได้อ้างว่าไม่ทราบถึงเรื่องสิทธิ์ในการใช้ฟอนต์ดังกล่าว ทาง คัดสรรดีมาก/พฤติกรรมการออกแบบ สืบทราบมาว่า ได้มีการเตือนเป็นการภายในจากบุคคลที่หวังดีภายในทีซีดีซีเองเรื่องการนำฟอนต์ทัศนะไปใช้โดยไม่ได้มีการซื้อสิทธื์ ดังนั้นคุณนันทิพร พุทธรัตน์ ในฐานะผู้ดูแลเรื่องการจำหน่ายสิทธิ์ของฟอนต์ในการดูแลของ บริษัท คัดสรรดีมาก จำกัด ได้แจ้งและชี้แจงให้ทราบถึงการละเมิดดังกล่าว พร้อมกับการเริ่มประสานงานกับทีซีดีซี ผ่านคุณพจน์ เพื่อทำเรื่องที่เกิดขึ้นให้ถูกต้อง

• แต่ปัญหาไม่จบ
นอกจากจะใช้เวลาในการสื่อสาร และตอบกลับเป็นเวลานานเป็นพิเศษแล้ว ยังไม่มีบทสรุปที่น่าพอใจ การประสานงานเพื่อยุติปัญหาที่เกิดขึ้นเริ่มขึ้นในช่วงประมาณเดือนกันยายน ๒๕๕๐ ก่อนหน้าเทศกาลบางกอกดีไซน์เฟสติเวล ไม่ปรากฏความคืบหน้าใดๆ จนกระทั้งประมาณสิ้นเดือนกันยายน คุณนันทิพรจึงได้นำเรื่องนี้แจ้งกับคุณอนุทิน วงศ์สรรคกร จากนั้นคุณอนุทินจึงได้ส่งอีเมลล์เป็นบันทึกความเข้าใจสั้นๆ ถึงคุณพจน์เพื่อขอความร่วมมือในการประสานงานกับคุณนันทิพร เรื่องจึงได้รับความร่วมมือ ทำให้คืบหน้ามาบ้างเล็กน้อย

• คนกลาง การไกล่เกลี่ย และ ข้อตกลง
หลังจากได้รับอีเมลล์จากคุณอนุทินเพื่อขอความร่วมมือ ทางทีซีดีซีโดยคุณพจน์เอง ได้ทำการติดต่อเพื่อรบกวนผู้ใหญ่ที่คุณอนุทินนับถือ เพื่อขอความช่วยเหลือในการเป็นคนกลางช่วยเจรจา คุณอนุทินได้เรียนย้ำให้ทราบว่า คัดสรรดีมาก/พฤติกรรมการออกแบบ เพียงแค่ต้องการความร่วมมืออย่างราบรื่นจากทางทีซีดีซีและไม่มีเหตุผลใดที่คุณพจน์จะไม่เจรจากับคุณนันทิพรด้วยตนเอง เพราะทุกอย่างสามารถแก้ไขได้โดยเริ่มจากการพูดคุย อีกทั้งคุณอนุทินยังได้แสดงความเสียใจที่คุณพจน์ดึงบุคคลอื่นเข้ามาเกี่ยวข้องโดยไม่จำเป็น

หลังจากนั้นคุณพจน์จึงได้โทรศัพท์ตรงเข้าหาคุณอนุทินเพื่อพูดคุยถึงเรื่องนี้ คุณอนุทินได้บอกกับคุณพจน์ว่ากรุณาให้ความร่วมมือกับคุณนันทิพร และติดต่อคุณนันทิพรโดยตรงเนื่องจากเป็นผู้ดูแลเรื่องนี้

คุณพจน์ได้อ้างว่าทำไปด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ และไม่ทราบว่าจะต้องแก้ไขอย่างไร ทางทีซีดีซีได้แจ้งว่าเนื่องจากเป็นการบริหารระบบราชการ ไม่สามารถเบิกจ่ายย้อนหลังได้ จึงไม่มีงบที่จะนำมาจ่ายเป็นค่าสิทธ์ในการใช้ย้อนหลัง ประกอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นเกิดจากคุณพจน์เอง จึงเกรงว่าอาจจะต้องนำเงินค่าจ้างส่วนตัวให้ทีซีดีซีหักจ่าย

จากปัญหาการเบิกจ่ายและความเห็นใจเรื่องหักเงินเบี้ยเลี้ยงส่วนตัวเพื่อนำมาจ่ายเป็นค่าสิทธื์ในการใช้ฟอนต์ คุณนันทิพรผ่าทางตันโดยเสนอทางออกให้กับกรณีนี้ โดยการแลกเปลี่ยนกับสมาชิกภาพของทีซีดีซีในมูลค่าเดียวกัน เพื่อเป็นการยุติปัญหา (ทั้งๆที่ส่วนหนึ่งของพนักงานของคัดสรรดีมากเป็นสมาชิกของทีซีดีซีอยู่แล้ว) เนื่องจากเห็นว่าเป็นวิธีที่น่าจะดีที่สุดกับคุณพจน์เอง ทั้งสองฝ่ายเห็นด้วยกับวิธีดังกล่าว

• แต่ปัญหาที่ควรจะจบก็ไม่เป็นไปตามนั้น
ทุกอย่างเหมือนจะเป็นไปได้ด้วยดี ถึงแม้การตอบกลับและการสื่อสารกับทางทีซีดีซียังคงเป็นไปด้วยความล่าช้าอย่างเช่นที่ผ่านมา จนจะผ่านเดือนตุลาคมตลอดทั้งเดือน โดยไม่มีวี่แววของการจัดการเรื่องสมาชิกภาพอย่างเป็นรูปธรรม

จนกระทั่งวันที่ ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๐ คุณนันทิพรจึงได้บรรลุข้อตกลง และได้รับอีเมลล์จากคุณพจน์เพื่อทำการลงทะเบียนออนไลน์ด้วยตนเอง ทั้งๆที่คุณนันทิพรได้ให้รายละเอียดของบัตรทุกใบที่จะทำการออกเพื่อชดเชยมูลค่าที่ตกลงกันไปก่อนหน้านี้ แต่สุดท้ายก็ต้องจัดการกรอกรายละเอียดทุกอย่างด้วยตนเอง และแล้วเรื่องก็เงียบหายไปเช่นเคย

ร่วมสองสัปดาห์หลังจากนั้น วันที่ ๑๓ พฤศจิกายน คุณนันทิพรได้รับอีเมลล์จากคุณพจน์ อ้างถึงเรื่องการยุบรวมทีซีดีซีทำให้ไม่สามารถออกสมาชิกภาพให้ได้ ทางทีซีดีซีต้องการให้ทำจดหมายชี้แจงเเหตุผลในขอสมาชิกภาพ คุณนันทิพรเห็นว่าเป็นการย้อนศร จึงได้แจ้งถามกลับไปว่า เหตุใดที่ต้องทำการชี้แจงซ้ำอีก เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเราได้ชี้แจงทุกอย่างอย่างละเอียดแล้ว ยังไม่นับการสื่อสารและต่อรองอีกนับครั้งไม่ถ้วน เหลือเพียงการทำเรื่องออกสมาชิกภาพให้เรียบร้อยเท่านั้น ซึ่งน่าจะให้ความร่วมมือในการเร่งรัดการออกสมาชิกภาพเสียด้วยซ้ำ จะมีเหตุผลอีกหรือที่จะต้องร่างหนังสือฉบับแล้วฉบับเล่าเพื่อที่บอกให้ทราบถึงความผิด ทั้งๆที่เนื้อความในเอกสารทุกฉบับได้แจงเหตุที่เกิดขึ้น บวกกับการชี้ตัวไปยังผู้ที่กระทำผิดอยู่อย่างชัดเจน

คุณนันทิพรจึงได้ส่งอีเมลล์ขอความร่วมมือครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ ๒๙ พฤศจิกายน เพื่อแจ้งว่าทางบริษัทคัดสรรดีมากต้องการให้เรื่องนี้ไม่ถูกเตะถ่วงออกไปอีก ในเวลาที่ผ่านมา คัดสรรดีมาก/พฤติกรรมการออกแบบ ไม่สามารถรับรู้ได้ถึงความจริงใจในการแก้ไขปัญหา คุณนันทิพรจึงได้แจ้งในจดหมายขอร้องให้คุณพจน์แสดงความรับผิดชอบต่อเรื่องนี้โดยการยอมรับต่อผู้บังคับบัญชาของตนเองเพื่อแก้ไขเรื่องนี้ด้วยวิธีอื่น หลังจากนั้นก็ไม่มีการสื่อสารจากทางคุณพจน์อีกเลยจนกระทั้งปัจจุบัน


ภาคผนวก:

คุณอนุทินพูดให้ได้คิด
-----» การเป็นอาร์ตไดเร็คเตอร์จริงนั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับชื่อตำแหน่งที่กำกับ หากแต่นักออกแบบคนนั้นต่างหากที่จะทราบตัวเองว่าตนเองเป็นอาร์ไดเร็คเตอร์จริงหรือไม่ การเป็นอาร์ตไดเร็คเตอร์มืออาชีพ อย่างน้อยเรื่องพื้นฐานอย่างเช่นการไม่ลักลอบใช้ฟอนต์ก็ควรต้องมี กล่าวคือ ไม่ได้เป็นนักออกแบบชั่วโมงบินน้อย ฉะนั้นก็ควรที่จะมีบันทึกไว้ในมโนทัศน์บ้าง

ผมไม่เคยเชื่ออยู่แล้วว่าการศึกษาสอนให้คนมีความคิด หากแต่คนที่เข้าใจการศึกษาต่างหาก จึงจะคิดได้ว่าต้องอาศัยการศึกษาเป็นเครื่องมือทำให้ได้คิด

๑) คัดสรรดีมาก/พฤติกรรมการออกแบบ ไม่มีความจำเป็นเลยที่จะต้องใช้สมาชิกภาพฟรีของทีซีดีซี อยากจะย้ำเตือนความจำอีกครั้งว่า ข้อเสนอเรื่องการแลกเปลี่ยนกับมูลค่าของสมาชิกภาพ เป็นการช่วยเหลือรอมชอมต่อตัวบุคคลที่กระทำความผิดด้วยซ้ำด้วยซ้ำ เราให้ความร่วมมือแล้วด้วยความเห็นใจต่อคู่กรณี แต่กลับถูกปฏิบัติเหมือนว่าเราขอให้ยินยอมรับข้อเสนอนี้

๒) หากจะมองว่าปัญหานี้เกิดจากบุคคลภายในองค์กรก็สามารถเข้าใจได้ แต่ทีซีดีซีมีความเหมาะสมหรือไม่ ที่ปล่อยให้บุคคลที่มีพฤติกรรมลักษณะนี้ และมีความไม่เป็นมืออาชีพในวิชาชีพออกแบบเป็นตัวแทนขององค์กรที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการออกแบบ สิ่งนี้ควรได้รับการสอดส่องดูแล

๓) การแสดงความจริงใจในการแก้ไขปัญหามีกรอบเวลาไม่เท่ากันในแต่ละเรื่อง สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้น กรอบเวลาห้าเดือนนี้เหมาะสมหรือไม่ที่จะเรียกว่า “มีความจริงใจในการแก้ไขปัญหา”? กลับทำให้ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าปัญหาได้ทำการปกปิดไม่ให้ถึงผู้บังคับบัญชาหรือไม่? ทีซีดีซียังเยาว์วัยนักในการเป็นองค์กรแต่ก็โชว์ความสามารถได้อย่างโดดเด่น แน่นอนความผิดพลาดย่อมเกิดขึ้นได้ ความสามารถในการแก้ไขสถานการณ์ที่เกิดจากความผิดพลาดต่างหากที่ทำให้องค์กรที่โดดเด่นอยู่ได้ในระยะยาว

ผมตัดสินใจแล้วด้วยว่าจะไม่เอาความกับเรื่องที่เกิดขึ้น ทางเราไม่ได้ต้องการสมาชิกภาพตั้งแต่ต้นของเรื่อง ผมก็หวังใจว่าการลักลอบใช้นั้นได้ยุติลงแล้ว ผมคิดว่าถ้าให้ผมตามต่อไปอย่างไม่ได้รับความร่วมมือ ผมเสียทั้งเวลาและเสียอารมณ์ สู้ให้เรื่องจบลงแบบนี้ แล้วผมสามารถกล่าวถึงกรณีที่เกิดขึ้นได้อย่างเต็มปากยังจะดีเสียกว่า ก็คงต้องฟังผมพูดเรื่องนี้ไปอีกหลายปีเลยหละครับ กว่าผมจะคิดว่ามันเข้าไปอยู่ในสามัญสำนึกของผู้ที่เกี่ยวข้อง

คนอื่นอาจจะพยายาม “Save TCDC” ด้วยรูปแบบต่างกันไป แต่ที่ผมทำอยู่นี้เขาเรียกว่า “Save TCDC from being so Unprofessional” ครับ

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๑

โปรโมชั่นโปสเตอร์แจกในช่วงปีใหม่
จาก กลุ่มพฤติกรรมการออกแบบ



-----> ห่างหายจากการทำโปสเตอร์เพื่อโปรโมทฟอนต์ของบริษัทมาหลายปี มาปีนี้จึงอยากจะนำกิจกรรมดั่งเดิมของบริษัทกลับมาอีกครั้ง บวกกับเป็นช่วงสิ้นปี จึงขอรวบยอดเป็นการสวัสดีปีใหม่ไปด้วยในตัว

โปสเตอร์เพื่อโปรโมทคอเลคชั่นไลน์ใหม่ของกลุ่มพฤติกรรม และ คัดสรรดีมาก ที่ใช้ชื่อว่า ‘คัดสรรดีมาก พีไอ’ (หรือ ‘ไพ’ ก็แล้วแต่สะดวก) ซึ่งเป็นชื่อสากลที่ใช้เรียกพิคเจอร์ฟอนต์ โปสเตอร์ชิ้นนี้เป็นการรวมพิคเจอร์ฟอนต์ชุดแรกโดยทีมนักออกแบบของคัดสรรดีมาก ประกอบไปด้วยฟอนต์จากการออกแบบของ สุพิสา วัฒนะศันสนีย, พงศธร สมิตินันทน์ และ ปิยะพงษ์ มีแก้ว ภายใต้การควบคุมและคัดเลือกของ อนุทิน วงศ์สรรคกร, พงศ์ธร หิรัญพฤกษ์ และ นิรุติ กรุสวนสมบัติ รายละเอียดเกี่ยวกับคอเลคชั่นนี้สามารถหาอ่านได้จากบทความย้อนหลังของเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

สำหรับบางท่านอาจได้รับโปสเตอร์นี้แล้วทางไปรษณีย์ ซึ่งได้มีการทยอยส่งออกไปตั้งแต่ช่วงต้นเดือนธันวาคม หากระหว่างการดำเนินการจัดส่งมีเหตุให้เกิดตกหล่น รายนามลูกค้า หรือ ผู้ที่ดำเนินธุรกิจกับเราบางท่าน ก็ขออภัย ณ ที่นี้ด้วยครับ สวัสดีปีใหม่ จากกลุ่มพฤติกรรมการออกแบบ; คัดสรรดีมาก, สมรรถภาพ และ ไตรแซท



ในส่วนของผู้อ่านเวปล็อค หากห้องการได้โปสเตอร์นี้ส่งถึงท่านทางไปรษณีย์โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ สามารถแจ้งความจำนงได้ทางอีเมลล์นี้ กรุณาพิมพ์หัวเรื่องอีเมลล์ของท่านว่า “Cadson Demak Pi” โปสเตอร์มีจำนวนจำกัดเพียงแค่ ๑๐๐ แผ่นเท่านั้น และจะดำเนินการจัดส่งในช่วงเดือนมกราคม ๒๕๕๑

นิตยสาร บิวดิ้งเลตเตอร์

คัดสรรดีมาก
กรกฏาคม ๒๕๕๐




-----> นิตยสาร บิวดิ้งเลตเตอร์ นิตยสารเพื่อการกุศลเฉพาะกิจเกี่ยวกับการออกแบบเลขนศิลป์ และ อักขรศิลป์ ก่อตั้งและจัดทำในปี ๒๐๐๓ โดย จิม ริชาร์ดสัน (อังกฤษ) และ แม็กซ์ คริสมานน์ (เนเธอร์แลนด์) เพื่อหารายได้สมทบทุนโครงการรณรงค์ป้องกันโรคเอดส์ในแอฟริกา

ฉบับล่าสุดคือฉบับที่ ๓ ซึ่งเป้าหมายของฉบับนี้คือโปรเจคเพื่อหารายได้บริจาคให้ผู้ประสบภัยจากซึนามิ บิวดิ้งเลตเตอร์ เล่มที่ ๓ ถูกออกแบบโดย เดวิท บาลเซก แห่งบริษัทดีไซน์นิก ประเทศสาธารณะรัฐเชค ที่เพิ่งออกวางจำหน่ายไปเมื่อไม่นานนี้ในงาน ไทป์โปเบอร์ลิน ๒๐๐๖ ประเทศเยอร์มันนี





ภายในฉบับ แม็กซ์ คริสมานน์ พูดคุยกับ อเนก นาวิกมูล นักสะสมสิ่งพิมพ์ และเจ้าของหนังสือเล่มดัง A Century of Thai Graphic Design และสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นทางการออกแบบและความเป็นไทยกับ อนุทิน วงศ์สรรคกร และ นิรุติ กรุสวนสมบัติ ในหัวข้อ The Past and future of Thai Graphic Design ซึ่งหากสนใจสามารถค้นหาอ่านเนื้อความภาษาอังกฤษได้จากบล็อคนี้เช่นกัน





นิตยสาร บิวดิ้งเลตเตอร์ วางจำหน่ายทั่วไปแล้ว สามารถสั่งซื้อได้ทางอินเทอร์เนตในราคา ๓๕ ยูโร จัดส่งฟรีทั่วโลก นิตยสารมาพร้อมกับซีดีบรรจุฟรีฟอนต์จำนวน ๒๕ ฟอนต์ จากนักออกแบบตัวอักษรชื่อดังหลายต่อหลายคน รวมถึงฟอนต์ในโปรเจคพิเศษ Fleurons Of Hope ที่นักออกแบบตัวอักษรทั่วโลกช่วยกันออกแบบฟอนต์รูปภาพบริจาคคนละหนึ่งคีย์มารวมกันเป็นฟอนต์การกุศล รายได้ทั้งหมดสมทบทุนมูลนิธิ Direct Relief International เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากภัยภัยจากซึนามิในประเทศไทยของเรา และ ศรีลังกา

การเปลี่ยนแปลงที่ไม่แปรเปลี่ยน

คัดสรรดีมาก
ธันวาคม ๒๕๔๙

ถอดความจากบันทึกบทสนทนา เกี่ยวกับการประมวลความเปลี่ยนแปลงในรอบหลายปีที่ผ่านมาของพฤติกรรมการออกแบบ ชุดคำถามต่อเนื่อง อ้างอิงถึงคำถามจากเอกสารสำหรับแจกสื่อ ในงานสัมมานา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต เมื่อปี ๒๕๔๕



งานที่ปรากฏทั้งหมดในหน้านี้ ออกแบบและกำกับโดย อนุทิน วงศ์สรรคกร
ร่วมกับ ทีมออกแบบ วิทยา อุดมศิลป์, นรพล ยุกตะนันทน์, สุนิดา ชิวธนาสุนทร และ ศิวะ ศิริฤทธิชัย

พฤติกรรมการออกแบบอยู่ในธุรกิจมาร่วมแปดปี มีการเปลี่ยนแปลงอะไรเกิดขึ้นบ้าง เจตนาและความตั้งใจตั้งแต่แรกเริ่มเปลี่ยนไปบ้างไหม?

-----> ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะเริ่มตรงไหน แน่นอนในเวลาแปดปีมันเกิดอะไรขึ้นมากมาย ตั้งแต่การเข้ามาและออกไปของพาทเนอร์ และทีมออกแบบที่ผลัดเปลี่ยนรุ่น การย้ายที่ทำงานใหม่ การปิดกิจการบางสาขาที่ทำแล้วขาดทุน การลงทุนในกิจการใหม่ ซึ่งก็เป็นไปตามครรลองของการเปลี่ยนแปลงทางธุรกิจ

เราปล่อยให้ทุกธุรกิจของเราอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ อย่างกลุ่มของตกแต่งบ้าน และออกแบบบรรจุภัณฑ์ในแบรนด์ ‘คัดสรรดีมาก’ เมื่อมันไม่เวิร์คอย่างที่คาดไว้ เราก็ต้องหยุด ก็เป็นธรรมดา ไม่ได้ไปฝืนอะไร แล้วก็ไม่ใช่สิ่งที่น่าอาย ผมว่าทำไปทั้งที่รู้ว่ามันไม่เวิร์คนี่น่าอายกว่าเสียอีก แต่เรายังเก็บแบรนด์นี้เอาไว้ คัดสรรดีมาก เลยมาลงตัวที่การเป็นแบรนด์ตัวแทนจำหน่าย แพคเกจต่างๆที่พาทเนอร์แต่ละคนในกลุ่มพฤติกรรมการออกแบบ นำเสนอ เช่น ภาพถ่าย และดิจิตอลอิมเมจเซอร์วิส อิมเมจแพลนนิ่ง ปรับปรุงนิตยสารและสิ่งพิมพ์ งานที่ปรึกษาทางการออกแบบ หรือ จำหน่ายฟอนต์ แพคเกจคอสตอมไทป์ และอื่นๆ

เราได้ลองผิดถูก อย่าง สตูดิโอถ่ายภาพ ‘สมรรถภาพ’ ก็เป็นอีกก้าวหนึ่งในการขยายความสามารถในการรองรับงานของกลุ่มพฤติกรรมการออกแบบเอง และงานเกี่ยวกับภาพในลักษณะต่างๆ ทั้งนี้ทั้งนั้นจุดมุ่งหมายของเรายังคงเหมือนเดิม เรายังคงแนวคิดเดิมในเรื่องของการหาจุดลงตัวระหว่างงานออกแบบเชิงธุรกิจ และงานออกแบบเพื่อสนองคุณค่าทางการออกแบบ

บางคนอาจจะมองว่าเราเปิดรับลูกค้าในกลุ่มเชิงธุรกิจมากขึ้นกว่าก่อน ซึ่งก็เป็นจริงตามนั้น แต่ที่สำคัญคือผมว่าคุณภาพงานของเราไม่ได้เปลี่ยน อาจจะมองว่าเอื้อธุรกิจมากขึ้น ผมว่าเราทำได้ดีถึงดีมากด้วยซ้ำ ในเรื่องของการนำงานออกแบบเชิงทดลองมาขยายผลในงานออกแบบเชิงพาณิชย์ เราได้ลูกค้ากลุ่มใหม่ที่เข้าใจเรา ในขณะที่เมื่อก่อนเราอาจจะเป็นที่รู้จักในวงของหน่วยงานที่ไม่ได้แสวงหาผลประโยชน์ทางการค้า



เห็นได้ว่ากิจกรรมต่างๆเช่น โปรโมชั่นโปสเตอร์ การสัมมานา หรือเวิร์คช็อปต่างๆ มีน้อยลง เกิดอะไรขึ้นกับกิจกรรมเหล่านั้นที่เคยทำให้พฤติกรรมการออกแบบอยู่ในความสนใจ?

-----> อันที่จริงแล้วเราก็ยังอยู่ในแวดวงการศึกษา การประชาสัมพันธ์อาจจะน้อยลงไปบ้างเพราะเราทำหลายอย่างมากขึ้นในเวลาเดียว บางครั้งกรอบเวลาไม่อำนวยเหมือนเมื่อก่อน อย่างไรก็ตามคลาสของเราทั้งสามคนที่มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ผมยังเชื่อว่าเข้มข้นอยู่ อาจจะเข้มกว่าเดิมด้วยซ้ำ เพราะตอนนี้เป็นที่เดียวที่เราสอนในระบบอุดมศึกษา

เรายังคงบรรยายตามสถาบันการศึกษาบ้างเป็นครั้งคราว น้อยกว่าเดิมมากอันนี้จริง เป็นเพราะเงื่อนไขเวลาที่ว่ามา นั่นก็เลยหมายความว่า สื่อโปสเตอร์งานต่างๆที่เราเกี่ยวข้องก็น้อยลงไปเป็นเงาตามตัว กิจกรรมต่างๆของเราอยู่ความสนใจมากน้อยแค่ไหน? อันนี้ไม่ทราบได้ ปกติแล้วเราทำเพราะความอยากมากว่าความคาดหมายในตัวเลขต่างๆ จะว่าไปแล้วเราก็ยังทำกิจกรรมต่างๆอยู่ตลอด พงศ์ธร นิรุติ อนุทิน มีโปรเจคสนุกอยู่เสมอเพียงแต่มันอาจจะส่วนตัว ไม่ได้มีความจำเป็นต้องประชาสัมพันธ์

ส่วนผมว่าความสนใจที่อ้างถึงนี่ มันอาจจะเป็นในรูปของการวิภาคงานที่เราทำกระมัง ผมว่าคนวิภาคงานเราในทางลบเยอะหนะ ก็เลยอาจทำให้รู้สึกเหมือนเป็นความสนใจ อย่างเรื่องฟอนต์ของวอลเปเปอร์ทั้งสองรุ่นนี่ก็มีคำวิจารณ์หลายขนาน เราก็เข้าใจว่ามันต้องใช้เวลากับงานของเรา ลูกค้าหลายรายไม่ชอบงานที่เราเสนอให้เลย แต่เมื่อเวลาผ่านไป พอเขาเริ่มเข้าใจและเห็นข้อที่เราเคยพูดถึง มันโตในใจเขาในเวลาต่อมา ผมไม่เคยคิดที่จะออกแบบเพื่อเรียกร้องความสนใจ เราเอาคุณค่าทางงานออกแบบเป็นที่ตั้ง ถ้าออกแบบแล้วได้ความสนใจ น่าจะเป็นผลพลอยได้มากกว่า



จากมุมมองของคุณเอง คุณมีความคิดอย่างไรต่อพัฒนาการของเลขนศิลป์ และอักขรศิลป์โดยรวมในบ้านเรา เปรียบเทียบกับที่คุณเคยตอบไว้ในเอกสารแจกสื่อเมื่อสี่ปีก่อน เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในรอบสิบปีที่ผ่านมา?

-----> อย่างหนึ่งที่เห็นได้ชัดคือ นักออกแบบเดี๋ยวนี้ทำงานอยู่กับบ้านเป็นแบบโฮมออฟฟิตโดยไม่ผ่านประสบการณ์การทำงานจริงอย่างพอเพียง กล่าวคืออยู่นอกระบบอุตสาหกรรมกันหมด ข้อดีของปรากฏการณ์นี้ก็มี ในเรื่องไม่ต้องมีความกดดันมาก งานออกมาเป็นเอกเทศ แต่ผมว่าข้อเสียก็เยอะ อย่างเช่น ขาดความคิดเห็นที่หลากหลาย ไม่มีระบบการทำงานที่ชัดเจน ที่แย่ที่สุด เรียกราคากันหนักมาก บางทีผมเห็นราคาแล้วยังตกใจ เพราะในรูปแบบบริษัทอย่างเราน่าจะต้องเสนอราคาแพงกว่า

ผมว่าพาทเนอร์ทุกคนในกลุ่มพฤติกรรมการออกแบบ ยังมีอุดมการณ์เรื่องคุณภาพงาน คุณภาพโจทย์มาก่อนค่าตอบแทน บริษัทออกแบบที่เกิดมาในรุ่นเดียวกัน เก็บเรื่องนี้ใส่กล่องไปก็เยอะ นั่นก็ตอบคำถามที่ว่าอาจจะต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง เพราะเด็กรุ่นใหม่ไฟแรงที่ยังเปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ล็อตใหม่กำลังเข้ามา ก็ต้องดูว่ารุ่นนี้จะยึดอุดมการณ์เหนือธุรกิจได้นานแค่ไหน จะได้อะไรใหม่หรือไม่ก็เป็นในช่วงการณ์แบบนี้



เรื่องสไตล์ผมก็ยังยืนความเห็นเหมือนๆเดิม คือที่เห็นก็ตามเทรนด์ไปเรื่อยๆ ซึ่งไม่ใช่เรื่องผิด แต่ผมแค่มองว่าไม่ได้มีอะไรใหม่ ผมถึงบอกเสมอว่าให้หาวิธีคิดของตัวเองและภาษาทางการออกแบบของตัวเอง จะได้ไม่มีปัญหาผูกติดกับเทรนด์ เสพติดหนังสือรวมเล่ม จะเห็นได้ว่างานของพฤติกรรมการออกแบบอยู่บนแทรค ไม่ใช่เทรนด์ เราไม่กระโจนตามกระแส วิธีคิดและสไตล์ก็พัฒนาบนแนวทางเดิม “เราทำเพื่ออยู่ในวิถีนี้ให้ได้”

สำหรับอักขรศิลป์นั้นผมว่ามีพัฒนาการที่ดีพอสมควร ผมรู้สึกได้ว่านักออกแบบ และนักศึกษากลัวการจัดวางภาษาไทยน้อยลง แนวโน้มนี้น่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเริ่มเห็นว่าภาษาไทยก็เล่นไทป์เพลย์ได้ ทำให้น่าสนใจได้มีฟอนต์ที่เอื้อให้กับการจัดวางร่วมสมัยมากขึ้น สิ่งเหล่านี้ก็จะเกิดขึ้นตามกันมา

ทีนี้ก็วนมาทีปัญหาฟอนต์ใหม่มีไม่พอให้ใช้ ก็จะเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการออกแบบ จะเป็นการทำสนองตนเอง หรือการว่าจ้างก็แล้วแต่ เราต้องพยายามให้วัฏจักรนี้หมุ่นอยู่ตลอดเวลา ปัญหาที่ผ่านมาคือมันหยุดหมุนเป็นช่วงๆ ตอนนี้ตัวแปรเรื่องธุรกิจกำลังถูกผลักให้หมุน ถ้าการว่าจ้างขยับแล้ว แนวโน้มจะดีมากสำหรับอักขรศิลป์ งานต่อไปก็คงจะต้องเป็นการทำให้ไทป์ไดเรคเตอร์เป็นหน้าที่จริงๆ ตอนนี้คนเข้าใจแล้วว่ามีไทป์ดีไซน์ และไทป์ดีไซน์เนอร์ แต่ผู้เชี่ยวชาญด้านการเลือกและจัดวาง หรือที่เรียกว่า ‘ไทป์พอกราเฟอร์’ นี่คนไม่กระดิกเลยว่ามันคืออะไร



หากพูดกันในเชิงธุรกิจที่สร้างรายได้อย่างยั่งยืน คุณคิดว่าแนวโน้มของธุรกิจฟอนต์ และ อักขรศิลป์ จะสามารถเป็นจริงได้แค่ไหนในเมืองไทย?

-----> ผมว่าทุกคนเห็นพัฒนาการที่ก้าวกระโดดมากๆ เราภูมิใจที่เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมพัฒนาและผลักดันหลายสิ่งที่จำเป็นในการเริ่มต้นอุตสาหกรรมการออกแบบตัวอักษร และธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ปัจจุบันพฤติกรรมตัวอักษรมีโปรเจคต่อเนื่องตลอด เราสนับสนุนฟอนต์ให้กับธุรกิจสิ่งพิมพ์ นิตยสาร ไม่ว่าจะเป็น วออลเปเปอร์ เมนส์เฮลธ์ อารีนา เอ็มทีวี สามหกศูนย์ หรือโปรเจคอสังหาริมทรัพย์อย่าง เอ เสปซ ก็เป็นตัวอย่างที่เห็นได้โดยทั่วไป สิ่งเหล่านี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้เลยเมื่อห้าปีที่แล้ว

ผมว่านี่เป็นมาตรวัดที่เห็นได้ชัดสุดในด้านพฤติกรรมผู้บริโภคฟอนต์ ทางด้านการออกแบบแล้วนั้น ผมว่าเรามีนักออกแบบตัวอักษรหน้าใหม่เยอะมาก ซึ่งเป็นเรื่องดี แต่เราคงต้องรอให้กระแสมันงวดกว่านี้สักนิดเราจะได้รู้ว่า ใครทำเอาสนุก ใครเอาจริง ใครเอาจริงและสนุกกับมันด้วย อย่างที่ผมเคยพูดถึงบ่อยๆว่าการใช้โปรแกรมออกแบบเป็น ออกอาร์ตเวิร์คได้ ไม่ได้หมายว่าคุณเป็นนักออกแบบ เช่นกันกับนักออกแบบตัวอักษร ผมว่าคนรู้วิธีทำทางเทคนิคเป็นเรื่องดี ซึ่งตอนนี้มีเยอะ แต่เรื่องการขึ้นรูป สัดส่วน การวางจุด ความสวยงามทางการออกแบบ ความคล้องจอง พวกนี้ซึ่งเป็นเรื่องเนื้อในจริงๆ กลับมีคนรู้น้อยมาก เราต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้คนเข้าถึงได้เหมือนเนื้อหาทางเทคนิค ซึ่งผมมองว่าเรื่องคุณค่าทางการออกแบบนี่ถ้าจะขยายความรู้ให้ได้เหมือนเทคนิค ต้องอาศัยกระบวนการแบบอุดมศึกษา

ในเชิงธุรกิจนั้น ช่วงหลังมานี่ทางเราโฟกัสกับกลุ่มนิตยสาร และบริษัทออกแบบขนาดใหญ่ เป็นหลักเพราะลักษณะของฟอนต์เราไม่ฟิตกับตลาดขายปลีกในรูปแบบของการวางขายเป็นซีดี และการใช้ส่วนบุคคล คำตอบแบบนี้แสดงให้เห็นว่า ธุรกิจฟอนต์ในบ้านเรากำลังจะก้าวเดิน ดูจากการผลิตที่เพิ่มขึ้นของบริษัทต่างๆ เพราะฉะนั้นหากถามว่าเป็นจริงได้แค่ไหน ผมว่าเป็นคำถามที่มาช้ากว่าคำตอบ แต่ส่วนของคำถามที่ถามว่าจะยั่งยืนหรือไม่นั้นคงต้องรอดูกันไป



เท่าที่ทราบมา เรื่องการเสนอราคางานออกแบบสิ่งพิมพ์แขนงต่างๆ โดยเฉพาะการออกแบบตัวอักษรเป็นเรื่องที่ไม่เคยได้เอามาพูดกันในวงกว้าง พอจะแชร์เรื่องนี้กับนักออกแบบคนอื่นๆได้ไหม?

-----> อันที่จริงแล้วเรื่องของการเสนอราคาตามครรลองของธุรกิจ มันก็เป็นเรื่องที่พูดกันบ่อยมาก แต่ไม่ค่อยที่จะเอามาพูดในวงกว้าง เราเองก็ไม่ได้เลี่ยงการพูดเรื่องนี้แต่อย่างไร ตามการบรรยายที่ต่างๆ ดูเหมือนนักศึกษาเป็นห่วงกังวลเรื่องนี้กันมาก คำถามก็จะออกแนวเช่น เรื่องสัดส่วนของราคาของออฟฟิตเรา คนลืมไปว่าเราเอาความน่าสนใจของงานมาก่อนราคา ซึ่งเป็นเรื่องจริง ลูกค้าเก่าของเราจะทราบดีว่า เรื่องราคามาทีหลัง และเชื่อได้ว่าตัวเลขจะสมเหตุสมผล พาทเนอร์ของพฤติกรรมการออกแบบมีแนวคิดตรงกัน ซึ่งก็เป็นหลักการทั่วไป

ข้อแรก ราคาอยู่ในใบเสนอราคา เพราะมันเป็นหน้าที่ของใบเสนอราคา ไม่ใช่เรื่องที่เอามาตอบเป็นตัวเลขลอยๆ จะพูดเรื่องราคาต้องได้รายละเอียดประกอบการประเมินชัดเจน ให้ใบเสนอราคาทำหน้าที่เสนอราคา ไม่ใช่บอกราคาปากเปล่า

ข้อสอง ราคาต้องสมเหตุผลกับขนาดและรูปแบบการบริหาร รูปของบริษัทก็จะมีต้นทุนที่ต้องคำนึงสำหรับประมาณการอย่างเช่น บุคลากร ค่าวิชาชีพ การติดต่อสื่อสาร ต้นทุนทางด้านเวลา และ ด้านการจัดการองค์กร บริษัทยิ่งขนาดใหญ่ ต้นทุนเหล่านี้ก็สูงตามไปด้วย แต่กรณีที่เป็นลักษณะบุคคล ก็น่าจะมีราคาลดหลั่นกันไป ที่แน่ๆไม่มีค่าใช้จ่ายทางด้านองค์กร

ข้อสองย่อย เครดิตของนักออกแบบหรือบริษัทมีค่าทางการประเมินค่าวิชาชีพ

ข้อสาม ราคาต้องความสมเหตุสมผลกับขอบเขตงาน อย่าคิดราคาโดยการเหมารวมงานย่อยต่างๆ หากเป็นไปได้ควรคิดแยกเป็นชิ้นเสมอ ยกเว้นแต่ว่าลูกค้าเก่าที่เครดิตดี มีความไว้เนื้อเชื่อใจกันเป็นการส่วนตัว กระนั้นต้องแน่ใจด้วยว่างานที่คิดเหมารวม จะไม่จุกจิกและไม่ลาม

ข้อสี่ เป็นปกติที่การตัดสินใจจะล่าช้ากว่าจะได้เริ่มลงมือออกแบบ ด้วยความที่งานออกแบบมักเป็นจุดสุดท้ายของสายการผลิต บ่อยครั้งที่การเร่งให้ทันจะมาลงที่ขั้นตอนนี้ งานเร่งด่วนที่สั้นกว่าช่วงเวลาที่แจ้งไว้ในใบเสนอราคา ควรต้องมีการทำความเข้าใจเรื่องค่าใช้จ่ายพิเศษที่เพิ่มขึ้น ควรแจ้งให้ลูกค้าทราบก่อนเสนอราคาเสมอ

ข้อห้า ลูกค้าเก่าคือผู้ที่เห็นคุณค่าของงานเราอย่างแท้จริง จะต้องได้ราคาที่พิเศษกว่าขาจร และลูกค้าใหม่เสมอ



การพูดเป็นตัวเลขเลยคงเป็นไปไม่ได้เพราะขึ้นอยู่กับงานนั้นๆ อย่างไรก็ตามงานกราฟิกนั้นมันมีเกณฑ์ของเขาอยู่แล้วค่อนข้างชัดเจนกว่างานไทป์ ราคาก็มีแหล่งอ้างอิงมากกว่า แต่ก็อยากให้เปรียบเทียบราคากันให้ดีทั้งนักออกแบบและตัวลูกค้า

การออกแบบตัวอักษรก็ไม่ต่างกันในขั้นตอนการเสนอราคา รายละเอียดต้องชัดเจนจริงๆจึงจะสามารถส่งใบเสนอราคาได้ แล้วราคาของตัวอักษรแต่ละชุดก็ขึ้นอยู่กับความยากง่าย ฉะนั้นจะให้มีราคาตายตัวนั้นเป็นไปไม่ได้

ควรคิดราคาที่ราคาเริ่มต้นของคุณเป็นฐาน เช่นจากตัวธรรมดา แล้วค่อยๆเพิ่มราคาขึ้นตาม ขั้นตอน และความยากง่าย โดยคำนึงถึง เรื่องของ glyph (ฟอร์ม คาแรคเตอร์) และจำนวนของมัน กับ jive หรือ random (ความต่อเนื่องของฟอร์ม) มีความจำเป็นต้องทำ kerning หรือไม่ จากแบบคร่าวๆ spacing มีความยากง่ายแค่ไหนในการกำหนดค่า ฟอนต์แต่ละชุดมีความยากง่ายของเขาอยู่แล้ว นักออกแบบตัวอักษรจะรู้ หากเป็นแฟมมิลี ก็ควรแจงให้เห็นว่า ตัวเอียง เป็นราคาเพิ่มอีกเท่าไหร่ ตัวหนาราคาเพิ่มอีกเท่าไหร่ ตัวสมาชิกเหล่านี้ก็จะลดหลั่นราคากันไปจากตัวที่เรื่มต้น(ในที่นี้คือตัวธรรมดา)



ควรแยกค่าเจนเนอเรทฟอนต์ออกจากค่าออกแบบ เพราะคุณอาจจะต้องทำหลายฟอร์แมท ปกติเราจะเรียกเก็บค่าล่วงหน้าเป็นมัดจำไว้ก่อนส่วนหนึ่ง เพื่อให้แน่ใจว่าลูกค้าคอมมิทกับโปรเจค ถ้าเป็นลูกค้าเก่าที่สนิทกันแล้วก็เป็นอีกกรณี ท้ายสุดคือเรื่องที่ยังสับสนกันเยอะ คือ ผู้ว่าจ้างเป็นเจ้าของไฟล์ฟอนต์สำเร็จเท่านั้น ไม่ใช่เป็นเจ้าของแบบและไฟล์อาร์ตเวิร์ค นอกจากมีการตกลงเป็นกรณี

สวัสดีปีใหม่ ๒๕๕๐

การ์ดออวยพรปีใหม่ ๒๕๕๐
จาก กลุ่มพฤติกรรมการออกแบบ



----->ปีนี้เป็นปีแรกที่เราจัดทำการ์ดปีใหม่อย่างเป็นทางการ เพราะที่ผ่านมาในปีก่อนๆ เรามักจะใช้อีเมลล์เพื่อกิจนี้ ซึ่งเป็นการประหยัดต้นทุน และตามยุคสมัยนิยม เป็นไปตามนโยบายของบริษัท ตั้งแต่เมื่อมีการเลิกพิมพ์แคตตาล็อคฟอนต์ และตัดงบประมาณสำหรับ โปสเตอร์ และสื่อโปรโมทอื่นๆ ตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ แต่อย่างไรก็ตามการ์ดปีใหม่ที่จับต้องได้นั้น มันให้ความประทับใจกว่ากันเยอะ เราทุกคนที่ พฤติกรรมการออกแบบ ก็ทราบดี ปีนี้เราจึงส่งความสุขปีใหม่แบบ ‘โอลด์แฟชั่น’ ด้วยการ์ดปีใหม่ เซ็นอวยพรโดยทีมงานทุกคน จาก คัดสรรดีมาก สมรรถภาพ และ ไตรแซท หากการจัดส่งขาดตกรายนามลูกค้า หรือ ผู้ที่ดำเนินธุรกิจกับเราบางท่าน ก็ขออภัย ณ ที่นี้ด้วยครับ สวัสดีปีใหม่

นิรุติ กรุสวนสมบัติ - อนุทิน วงศ์สรรคกร - พงศ์ธร หิรัญพฤกษ์ - นรพล ยุกตะนันทน์ - ศิวะ ศิริฤทธิชัย - เดโช พิทักษ์เจริญ - ปุณยวีร์ รุจิปูริตานันท์ - พิชญ์ นาคะพันธ์ุ

หนังสือเวียนเรื่องจิตสำนึกของผู้ใช้ฟอนต์

คัดสรรดีมาก
เมษายน ๒๕๔๙

-----> ตามที่ได้มีการพูดคุยระหว่างทีมออกแบบตัวอักษร และชุดตัวอักษร (ฟอนต์) ของคุณอนุทิน วงศ์สรรคกร กับทางทีมงานของนิตยสารคาซ่าวีว่า ฉบับภาษาไทย เมื่อช่วงปลายปี ๒๕๔๘ เกี่ยวกับการว่าจ้างให้ออกแบบและพัฒนาชุดตัวอักษรไทย

จากการพบปะเพื่อพูดคุยในเรื่องนี้ถึงสองครั้ง ได้มีการตกลงประเมินราคาว่าจ้างให้ออกแบบตัวอักษรชุดใหม่สำหรับนิตยสารจำนวนหนึ่งที่มีการนำมาทำฉบับภาษาไทย หนึ่งในนั้นได้แก่ นิตยสารคาซ่าวีว่า การดำเนินการสิ้นสุดเพียงแค่การประเมินราคา ซึ่งทางคุณอนุทิน ก็มิได้ติดข้องแต่ประการใด แม้กระทั่งเมื่อทางเราทราบภายหลังว่ามีการนำรายละเอียดจากที่ได้ให้คำปรึกษาไปเพื่อใช้ประโยชน์ในการว่าจ้างนักออกแบบรายอื่นในการออกแบบ

หนึ่งในสาระสำคัญของการพูดคุยทั้งสองครั้ง มีสาระสำคัญเกี่ยวเนี่องถึงการที่ทางนิตยสารคาซ่าวีว่ายกประเด็น ความต้องการที่จะใช้ฟอนต์ภาษาไทย เอสเอ็มบี แอดวานซ์ ซึ่งเป็นฟอนต์ที่ทางคุณอนุทินได้รับการว่าจ้างจากบริษัทเอสซีแมทบอกซ์ในการพัฒนาและออกแบบขึ้นมาเพื่อใช้ในกิจการของเครือเอไอเอส ทางคุณอนุทินยืนยันอย่างชัดเจนต่อบรรณาธิการ และตัวแทนของนิตยสารคาซ่าวีว่า ว่าทางนิตยสารจำเป็นต้องดำเนินการให้ถูกต้องด้วยการทำหนังสือถึง บริษัทเอสซีแมทบอกซ์ และเครือเอไอเอส ในถานะเจ้าของซอพแวร์ (ฟอนต์) เรื่องการขอใช้ฟอนต์นี้ในทางธุรกิจอื่นเพื่อแสวงหาผลกำไรและประโยชน์นอกเหนือจากงานของกลุ่มบริษัทในเครือเอไอเอส และควรทำหนังสือถึงผู้ออกแบบ(คุณอนุทิน วงศ์สรรคกร) แจ้งให้ทราบในฐานะเจ้าของงานออกแบบพร้อมสำเนาหนังสืออนุญาติการใช้ที่ออกและเห็นชอบโดย บริษัทเอสซีแมทบอกซ์ และ/หรือ เครือเอไอเอส เพื่อเป็นการทำให้ถูกต้องตามมารยาทที่ควรปฏิบัติ

มาบัดนี้นิตยสารคาซ่าวีว่าได้วางแผงมาแล้วระยะหนึ่ง โดยมีการใช้ฟอนต์ภาษาไทย เอสเอ็มบี แอดวานซ์ เป็นแบบตัวอักษรหลัก โดยที่ทางคุณอนุทิน ไม่ได้ทราบเรื่องใดๆทั้งสิ้น และไม่เคยได้รับรู้ หรือเห็นชอบกับเรื่องที่เกิดขึ้นซึ่งเป็นการเสียมารยาทในเชิงของการผลิตนิตยสาร และยิ่งในฐานะนักออกแบบด้วยกันแล้วสามารถเรียกได้ว่าไร้ซึ่งวุฒิทางการออกแบบโดยสิ้นเชิง

ทางเรารู้สึกผิดหวังกับการกระทำเช่นนี้ของคนในระดับมืออาชีพ เรามิได้ต้องการให้เรื่องเช่นนี้เกิดขึ้นในวงการการออกแบบ ซึ่งทางคุณอนุทินก็ได้แนะนำและย้ำวิธีที่ถูกต้องให้แล้วแต่สุดท้ายจากหลักฐานที่เห็นบนแผงหนังสือ แสดงให้เห็นว่าไม่ได้มีการพยายามดำเนินการอย่างไรให้เกิดความถูกต้อง

เรื่องที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายให้กับธุรกิจการออกแบบตัวอักษรเพื่อองค์กรธุรกิจของเรา ทำให้คุณอนุทินและทีมงานได้รับความเสียหาย เนื่องจากผู้ว่าจ้างรายอื่นเกิดความไม่ไว้วางใจและกลัวผลงานที่ว่าจ้างให้ทำในราคาสูงกลายเป็นฟรีแวร์ในอนาคต อีกทั้งยังสร้างให้เกิดความระแวงว่าทางเรานำฟอนต์ที่ลูกค้าว่าจ้างไปแสวงหากำไรต่อด้วยการขายต่อ

ในขณะเดียวกันนี้ทางคุณอนุทินกำลังจัดดำเนินการทำจดหมายเพื่อนำส่งชี้แจงให้ทางนิตยสารคาซ่าวีว่าที่ประเทศอิตาลีทราบถึงพฤติกรรมดังกล่าวของผู้นำเข้า และทีมงานที่รับผิดชอบนิตยสารคาซ่าวีว่าฉบับภาษาไทย จึงเรียนมาให้ทีมงาน และ บรรณาธิการ ผู้พิมพ์และผู้โฆษณา นิตยสารคาซ่าวีว่า ทราบเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

เจตนาเพียงต้องการแจ้งให้เพื่อนนักออกแบบและคู่ค้าของเราทราบว่าทาง พฤติกรรมการออกแบบ และ บริษัทคัดสรรดีมากจำกัด ไม่ได้รู้เห็นหรือมีส่วนได้ส่วนเสียในเรื่องที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิ์ ของฟอนต์ภาษาไทย เอสเอ็มบี แอดวานซ์ ที่เกิดขึ้น เพราะอาจไม่เป็นผลดีต่อความสัมพันธ์กับลูกค้าเก่าของเรา เราทราบดีว่ามีนิตยสาร อีกหลายฉบับ และบริษัทออกแบบอีกหลายแห่ง ที่อาจจะอยู่ในกรณีใกล้เคียงกันนี้ จึงคิดว่าน่าจะเป็นกรณีตัวอย่างสำหรับผู้ใช้ ฟอนต์ภาษาไทย เอสเอ็มบี แอดวานซ์ อยู่ทั้งในที่แจ้งและที่ลับ ว่าจะต้องทำอย่างไรเพื่อทำให้ถูกต้อง

กรุณาระวัง หนังสือฉบับนี้มีการส่งต่อกันเป็นจำนวนมาก และบางเวอร์ชั่นผ่านการตัดต่อและเติมให้เนื้อหาเบาลง หรือเบี่ยงประเด็น เนื้อหาที่ถูกต้องถูกส่งจากอีเมลล์อินโฟร์ของทางพฤติกรรมการออกแบบเท่านั้น พร้อมกับภาพหลักฐานประกอบแนบมาด้วย หากต้องการส่งต่อกรุณาอย่าแก้ไขข้อความ

*เพิ่มเติม
การบันทึกข้อความนี้ มีจุดประสงค์เพื่อให้นักออกแบบตัวอักษรไทย สามารถใช้เป็นแนวทางการสร้างบรรทัดฐานในวิชาชีพ มิได้มีเจตนาในการทำให้ใครได้รับความเสียหาย

อนุทิน นิรุติ และ พงศ์ธร ตอบคำถามสื่อ (Eng)

Behaviour Group / Cadson Demak Press release (2002)
Published as a reference for Creative Café & Graduate Design School Seminar at Chulalongkorn University on the 4th of October 2002 and Cultural Template Design Seminar at Bangkok University (Rangsit Campus) on 18th November 2002

What position does Behaviour Group fit in the Thai graphic design industry and what is your main goal?

Nirut :I am not sure about position but I know our goal is to shake things up in the Thai graphic design industry. We are trying to make things different. Look for a different perspective. We hope one day to have more designers look in the same perspective. Even better take a different perspective and try to defense us. Both ways will help in growing our graphic design industry.

Anuthin :Currently we have either designer or educator. Designer + Educator would be my answer. One who creates a design environment that allows people to recognize graphic design as an art. Make Thai people realize that graphic design is more than just advertising and hard a sell tool.

We see many of problems in the Thai design industry and they all lead back to design school. Most Thai people can not even relate graphic design to their life. It is all because designers don't understand how to relate graphic design to todays society (ie. the man on the street). That is why we try to do workshop and work closely with design schools to help generate new designers who "think out of the box".

Pongtorn : Simple! We treat graphic design the way it should be treated. That is the position we stand on right now. We expect to produce good work and be happy. Our bottom line is to see others do the same thing.

Don't you guys do any commercial hard sell graphic design at all? How can you survive and stay in business?

Nirut : I don't think we really do hard sell. We know the line between what will and won't do. Personally, I try to avoid hard sell. Most of the time when clients tell me what to do, I tell them to re-think their idea. I always ask them before we start the project, "Do you want to be the same or different from your competitors?". Most of the clients that I have dealt with pick up bad design direction from competitors. They have no clue what are they doing.

So it comes down to practical hard time, "Convince them to try something totally different from their competitors". I have to talk them out of what everybody out there does. If they agree, we will move forward together. I will come up with a design for them. We will compromise and find the best solution within our standard.

Pongtorn : I guess you could say we do commercial design. But!!! It will be commercial job with tons of extra effort to produce. The design has to meet client's need but still fit our standard.

Anuthin : We try to avoid commercial graphic design hard sell as much as possible. Every now and then, we may run into one. They usually end up walking away from us because we do not always do all that they want. We actually have our base group of non profit organization and soft sell clients. Most of the time they come to us just because they understand and want our style.

We are not making a million bucks here. There are many ways of income; education arena, typographic consulting, writing and font sales to name a few. People think we live out of font business alone, It is not true at all. It is just the way we resell our design material. It is more like a "big" side project.

Many people seem to think about Anuthin when they talk about Behaviour Group. What is your role in the studio?

Nirut :Well, Anuthin is the core partner and he is more like a representative of the group. Myself, I usually work behind the scene on interactive media and other stuffs. I had been working outside Thailand for too long. It has kind of put me out of reach. Who knows? Now I am back in town, people might think about me instead of Anuthin when they talk about Behaviour Group! Now, this is serious..I hope one day people will think more about us as a group.

Anuthin :I can see that is possible. People see me more like a spokesman just because people think the other partners are harder to reach. Actually, we all have their own responsibility in the group.

Pongtorn :My role?... Originally, I do non-commercial design for my satisfaction and a some of commercial for a living. In the group format, I would be the one who carries most of commercial work client. We agreed that we needed someone who stands in between these two worlds. That is where I come in to make Behaviour idea more simple to public. Then we can expand our scope of work without loosing the edge.

Where does your inspiration come from and what do you think influence your work the most?

Anuthin :Just like other designers, inspiration can come from everything around us. For me, I think i got a lot of influence from '80s syn-pop music and early digital age graphic design.

Pongtorn :You might think it is kind of nonsense but I got a lot of influences from '80s action films. For some reason I found them very energetic. All those camp icons/characters and out of date cutting edge props (which are no longer cutting edge for today's standard). Somehow those things inspired me.

Nirut :I would say the same. My influence and inspiration comes from everywhere books, magazines, movies, fashion, emotions, daily life, culture , etc. It depends on how do you adapt all the things and translate them to your design.

In brief, what do you think about graphic design education in Thailand? What do you expect to see from design school?

Nirut :Tough one. I think design education in Thailand is not "open minded" yet. There is no right or wrong in design as we already know. There are so many different ways to strike the problem but somehow we did not get to know that fact from school. In my school days, I hardly had a chance to think and explore something new because of the hard sell design projects we got most of the time. If I were the teacher, I would let my students think and explore new things as long as whatever they come up with can solve the problem. Not just do whatever they want to do.

The teacher has to be the one who brings out the talent of the student. Anything that student can do best, you should accept it. Help pushing them up to the next level on their track. Don't judge student's work by what you like or dislike.

I also would like to see more of information exchanged. We should have more symposiums or conferences for professional designers. More group talk-discussions, comments, and suggestions in school. This way everyone will have a chance to exercise their brain cells.

Anuthin :I think it should get to the point that quality of junior year in lead Thai design school has no difference from junior year of lead schools in US or Europe. New way of teaching about relationship between concept and idea. Individuality that could develop to personal graphic language. Input from instructor that will help build up a good designer attitude. Experiment, experiment and experiment....Is that too much to ask?

Pongtorn :Lacking computer equipment is no longer a problem for Thai teachers and students. Plus the internet allows them to be very up to date on information. There's no excuse not to make a good design. One day people will expect to see your work because it is your work, not because it looks like someone elses. Don't be overwhelmed by hip trend design that won't stay with you.

What change did you see in Thai design industry in the past 10 years?

Nirut :Can't really answer this question. From what I have seen lately, it's still pretty much the same. It is just all about new media not new design.

Pongtorn :Recently Design seems to be more meaningful to Thai people. We have more design stores open in Bangkok. More Thai designers have won international competition. In order to lift up society's standard, I would expect to see more original design pieces from Thai designers.

We lost many good design firms in the economic crisis. Today Thai designers seem to care about money more than design for design sake. I can understand that really well. It takes a lot of guts to say "I don't think you need us to do this work". Nothing really new nor innovative after the fall of Sam Nor-Propaganda (graphic design not product design) period.

Anuthin :We're starting to see some new born designers and firms that do everything so "Wallpaper" like. I agree, nothing really ground braking. We seem to go backward on design quality too. The crisis in late 1997 really shrunk design budgets big time. Thai designers have gone nut over years. They don't remember how to do a good design out of small budget. I also agree with Nirut about cranky design skill on new media.

Do you think Type business idea will work in Thailand? Do you have Thai font for sale?

Anuthin :Most of the time we use our in-house Thai fonts to do work. We start to have some custom Thai font jobs for major product brand identity. People probably do not know because it is all done behind the scene.

Yes, we do have some Thai font but they are not for sale. There a long way from commercial sale and type foundry operation. Thai people still think of font as a freeware. Plus they can go to Panthip Plaza and get a pirate CD packed with 2000 fonts for under USD $5. ITC and Adobe along with Linotype are the big victim of this crime. Government has done nothing so far for software industry so we have to protect ourselves. It will not get any better as long as Thai people do not value design work in general. That should answer you why we do not intend to sell our Thai fonts.

For commercial sale, we will have to stick with Latin(English) font because there is a market out there. Someday if we find our font in one of those pirate CDs at Panthip Plaza, we probably can not do much but we will sure do something.

What is graphic design's effect on Thai culture today?

Anuthin :I don't think people really understand what it is but they know there is something called graphic design and it makes them buy stuff and feel good about it unknowingly.

Graphic design in our country has a problem relating itself to people. People don't understand graphic design and graphic designers don't know graphic design more than their commercial work routine. At the same time, the design industry tries too much to achieve "international" image by copying the look from the west. The result is our graphic design lost its character long ago before globalization. I explained it quite clear in my essay "Identity crisis" published in Bangkok University Design Journal and recently re-publish in art4d (May 2002). According to our society today, you should question me just the opposite. How does Thai culture effect graphic design?

Pongtorn :Very big question that has been around over coffee table discussions. Design in general seems to be unrecognized subject for Thai people to begin with. Although, it established itself everywhere no matter good or bad.

Personally, Bangkok could qualify as a bad environment for design industry because most people have less concern about art. The gap between people and art is getting bigger each year. The lack of public access to places such as museums and good art foundations in school is starting to show its effect on society. The result, people don't know how to get in touch with the art. It makes art less and less important because people can not relate themselves with it.

Issues like this have never been taken care of by any government. I can understand that very well. We have to put up with endless economic crisis and political war but we can not just forget the "Art of Society". We actually have a great culture that provides good source for modern design. Take typography for example, many of us don't know how to treat Thai letters to serve in modern typography. How did it happen?

Nirut :Do we still have Thai culture? What is the real Thai Culture? Those questions sound sarcastic. We easily accept things form everywhere...Europe, China, Japan, and America. It seems to me we have been trying to do graphic design in Thai way which heavily dominated by the west culture. That is why we unknowingly rejected Thai culture because we try so hard to be American graphic. What we see today is a reaction of Thai graphic to Thai culture. Thai graphic just reflect what Thai people want to be.

Do you have any role model?

Pongtorn :It is almost impossible to say that I don't have any role model. Yes, I have but I am not going to tell you.

Anuthin :Thai type designer Chao Sornsongkarm the designer of EAC Chunpim. I had a chance to interview him years ago. He designed Chunpim for Thai people to have a modern quality text font. Just wanted to set a standard Thai font, money is not an issue, he said. Shame on us! We are pushing type business around here.

Main stream commercial firms in Thailand label you as an underground. What is your reaction on that comment?

Nirut :It does not matter where we are on the ground or underground, what we are, or who we are. We will keep up our work standard. This is my reaction on this comment.

Pongtorn : I really have no problem with that. I just keep working on my track and feel good at the end of the day.

Anuthin :No comment. I don't see it as a negative way to describe us. After all it is just a label. We obviously have different goal than commercial houses. We do different kind of graphic subject to begin with anyway.


©2002 Behaviour Group.
Taken from behaviourgroup.com. No portion of this interview text could be published in any media without direct permission from Behaviour Group.

‘ขด’ กับ โมบายไลฟ์

คัดสรรดีมาก
สิงหาคม ๒๕๔๕

ฟอนต์ ‘ขด’ ปรากฏในงานนิทรรศการ โมบายไลฟ์


-----> แบบตัวอักษรไทย (ฟอนต์) ชุด ‘ขด’ หรือที่รู้จักกันในชื่อภาษาอังกฤษ ‘ไฟเบอร์’ ของ พฤติกรรมตัวอักษร ถูกเลือกให้เป็นสื่อนำเสนอในงานนิทรรศการ โมบายไลฟ์ ของ เอไอเอส ตัวนิทรรศการและอักขรศิลป์ ออกแบบโดย มะลิ จาตุรจินดา และทีมจาก ดีไซน์แลป นิทรรศการนี้เปิดแสดงเป็นส่วนหนึ่งของงานสัปดาห์วิทยาศาสตร์ ของกระทรวงวิทยาศาสตร์ ที่จัดขึ้นที่ อิมแพค อารีนา เมืองทองธานี ในช่วงเดือนสิงหาคม ๒๕๔๕ สนับสนุนโดย กระทรวงเทคโนโลยีสื่อสารและสารสนเทศ



มะลิ จาตุรจินดา ปัจจุบันเป็นพาทเนอร์ ของ บีโอเอฟ (BeOurFriend) บริษัทออกแบบเพื่อนบ้านของ กลุ่มพฤติกรรม นี่เอง / บันทึกภาพโดย ชวรัฐ อันชูฤทธิ์