Showing posts with label Room. Show all posts
Showing posts with label Room. Show all posts

ห้องเล็กที่กว้างขึ้น (ของ นิตยสารรูม)

มนตรา ศิริขันธ์
มิถุนายน ๒๕๕๒

บทความนี้ถูกย่อและสรุปเรียบเรียงจากการพูดคุยระหว่าง อนุทิน วงศ์สรรคกร และ มนตรา ศิริขันธ์ เกี่ยวกับการปรับหัวนิตยสาร และ ไทป์พอกราฟิกซับพลาย ให้กับนิตยสารรูม บริษัท อมรินทร์ พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง จำกัด (มหาชน) ถูกตีพิมพ์ในนิตยสารรูม ฉบับที่ ๗๗ ประจำเดือนกรกฏาคม ๒๕๕๒ ภายใต้ชื่อ Design + Risk = Chance



-----» มีผู้อ่านหลายท่าน รวมถึงคนใกล้ตัวหลายคน ถามไถ่เข้ามาว่า เหตุใดนิตยสารรูมในช่วงหลัง จึงได้เตะตาต้องใจมากขึ้น นอกจากการปรับเปลี่ยนเนื้อหาให้เข้มข้นแล้ว การจัดองค์ประกอบศิลป์ต่างๆทั้งในและนอกเล่ม ก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน และวันนี้ เรามีโอกาสได้มานั่งพูดคุยกับ คุณอนุทิน วงศ์สรรคกร ผู้ที่มีส่วนช่วยเหลือทางด้าน Typographic Solution หรือการออกแบบและจัดการแก้ไขปัญหาที่เกี่ยวเนื่องกับตัวหนังสือ

“เมื่อ 6 ปีที่แล้ว รูมเป็นนิตยสารน้องใหม่ กลุ่มเป้าหมายคือคนที่เพิ่งเรียนจบ และอยากจะตกแต่งบ้านในสไตล์ของตัวเอง แต่เมื่อเวลาผ่านไปกลุ่มเป้าหมายเหล่านี้เติบโตขึ้น ความรู้และปัจจัยต่างๆก็ช่วยสนับสนุนให้ความคิดเปลี่ยนไป ดังนั้น นิตยสารก็ต้องปรับตัวตามด้วยเช่นกัน”

การปรับตัวนี้ มิได้เพิ่งเกิดขึ้น เพราะตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ทีมงานของนิตยสารรูมทุกคนปรับเปลี่ยนเนื้อหาและการนำเสนอมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเปลี่ยนแปลงล่าสุดที่เห็นได้ชัดก็คือ หัวนิตยสาร ‘room’ ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น และมาพร้อมกับสีสันที่สะดุดตา



“ตามหลักการตลาดแล้ว พื้นที่นิตยสารในช่วง 2 นิ้วด้านบน ถือเป็นจุดขาย หัวนิตยสาร, สโลแกน, รวมถึงคำโปรยเด่นของฉบับนั้น ถ้าอยู่ในพื้นที่ 2 นิ้วนี้ จะขายได้มากที่สุด” นอกจากนี้ คุณอนุทินยังนำสโลแกน ‘Ideas for practical living’ มาเป็นแนวคิดสำคัญในการออกแบบครั้งนี้ด้วย “ความ practical ในที่นี้ ต้องใช้งานได้ง่าย สะดวก เพราะรูมเป็นนิตยสารที่นำเสนอไอเดีย การใช้ตัวอักษรและการจัดอาร์ตเวิร์คของเล่มก็ต้องให้ง่ายและสะดวกด้วยเช่นกัน ไม่ใช่เฉพาะสำหรับผู้อ่านเท่านั้น เพราะเมื่อตัวอักษรมีความนิ่ง เรียบ และง่าย ก็จะ practical สำหรับฝ่ายศิลปกรรมในการจัดวาง และเหมาะกับเนื้อหาทุกรูปแบบด้วยเช่นกัน”



มาถึงตรงนี้ เราก็เกิดคำถามต่อเนื่องว่า แล้วเส้นแบ่งระหว่างการเปลี่ยนแปลงเพื่อการพัฒนา กับการเอาใจการตลาดนั้น อยู่ที่จุดใด ซึ่งมุมมองจากนักออกแบบตัวหนังสือผู้นี้บอกกับเราก็คือ “ขึ้นอยู่กับการพูดคุยและการทำความเข้าใจครับ นักการตลาดย่อมต้องทราบว่า ของที่ทั้งสวยและใช้งานได้ดี ย่อมขายได้แน่นอน ในขณะเดียวกัน นักออกแบบก็ต้องเรียนรู้ที่จะเปิดใจถึงกลยุทธ์ทางการตลาดที่จะช่วยส่งเสริมโปรดักท์ ทุกฝ่ายต้องมองว่าเป็นเพื่อนร่วมธุรกิจ ซึ่งมุมมองแบบนี้จะทำให้ทุกคนทำงานร่วมกันได้อย่างสบายใจมากขึ้นครับ” แต่ไม่ว่าจะอย่างไร ทีมงานนิตยสารรูม ก็หวังว่าผู้อ่านทุกคนจะได้รับประโยชน์จากทุกๆการเปลี่ยนแปลง พร้อมเติบโตไปด้วยกันในทุกๆย่างก้าว

ตัวอักษรมากความหมาย จากนิตยสารรูม

มนตรา ศิริขันธ์
พฤศจิกายน ๒๕๕๐

บทสนทนาสั้นๆเกี่ยวกับงานทางด้านการออกแบบตัวอักษรเมื่อเดือนกันยายน ตีพิมพ์ในนิตยสารรูม ฉบับพฤศจิกายน ๒๕๕๐

-----> มนุษย์คุ้นเคยกับตัวอักษรมานาน ในแง่ของคำหรือประโยคที่เรียงร้อยจนได้เป็นความหมายต่างๆ แต่วันนี้เราจะพาคุณไปพูดคุยถึงเรื่องราวของตัวอักษรในอีกมุมมองกับ คุณอนุทิน วงศ์สรรคกร ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็น type designer หรือนักออกแบบตัวอักษร



“งานออกแบบตัวอักษรไม่ใช่งานที่พิเศษหรือแตกต่างจากงานอื่นๆหรอกครับ ยกตัวอย่างเช่น ผมไม่ได้เป็นสถาปนิก ผมก็รู้สึกว่าคนที่ทำอาชีพนั้นเก่ง มีความสามารถมากกว่าผม เช่นเดียวกัน คนที่ไม่ได้ทำอาชีพเดียวกับผม ก็คงมองว่านักออกแบบฟอนต์เป็นคนเก่ง คนพิเศษ แบบนั้นมากกว่า ซึ่งผมคิดว่าเป็นเพราะอาชีพนี้ไม่ค่อยมีคนรู้จัก คนทั่วไปจึงมองว่าแปลก เป็นเหมือนแคตากอรี่ที่ตกหล่นไปเท่านั้นเอง”

คุณอนุทินขยายความว่า การออกแบบตัวอักษรก็เหมือนกับงานออกแบบสาขาอื่นๆ ดังนั้น จึงไม่แปลกที่ใครบางคนจะ “คลิก” กับมัน เหมือนอย่างที่เขาเป็น



“ผมทำงานกราฟฟิกมาก่อน และอยากหาเอกลักษณ์ ให้กับงานของตัวเอง ซึ่งผมก็มานั่งคิดว่าส่วนประกอบสำคัญๆก็คงหนีไม่พ้นภาพและตัวอักษร แต่จะทำอย่างไรให้ทั้งภาพและตัวอักษรมันไปด้วยกันได้ ถ้าเราสร้างภาพขึ้นมาเองแล้ว แต่ไปหยิบยืมตัวอักษรของคนอื่นมาใช้ มันก็คงจะไม่สามารถสื่อถึงเรื่องราวที่เราจะนำเสนอได้อย่างเต็มที่ จุดนี้เองที่ทำให้ผมอยากจะออกแบบตัวอักษรไว้ใช้เอง”

เราเคยชินกับการใช้ตัวอักษรในแง่ของความหมายที่ตัวอักษรนั้นๆสื่อออกมา ทั้งภาษาพูด ภาษาเขียน แต่ในมุมมองของคนออกแบบตัวอักษร สิ่งที่เขาเห็นคือเส้นสาย ความโค้งมน ที่ประกอบกันจนเป็นรูปทรงของตัวอักษร ซึ่งทำให้แต่ะละชุดตัวอักษร (ฟอนต์) มีความโดดเด่นแตกต่างกันไป



type designer คนนี้เปรียบเทียบให้เราคิดภาพตามว่า การออกแบบตัวอักษรที่เป็นเอกลักษณ์ก็เหมือนกับการถามคำถามคนหลายๆคน ที่ถึงแม้จะได้รับคำตอบแบบเดียวกัน แต่ก็มีการคิด การกลั่นกรองที่ต่างกัน จนเกิดเป็นรสชาติที่หลากหลายและเป็นรสชาติเฉพาะตัว

นอกจากความต้องการที่จะออกแบบให้ตัวอักษรแต่ละชุดตอบได้ตรงโจทย์ของงานมากที่สุดแล้ว คุณอนุทินยังมองไปถึงอนาคตว่าจะทำอย่างไรให้งานออกแบบตัวอักษร เติบโตเป็นธุรกิจและคงอยู่ได้ในแวดวงการออกแบบด้วย



“อย่างที่บอกว่าการออกแบบตัวอักษรมันมีมานานแล้ว ซึ่งก็มีทั้งคนที่ยึดเป็นอาชีพหรือทำเป็นงานอดิเรก ในแง่ของธุรกิจ ผมอยากจะคิดว่าตัวเองเป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่เข้ามาเสริมเติมให้กับสิ่งที่มีอยู่แล้วมากกว่าครับ”

“สิ่งสำคัญคือ เราควรให้ให้ความรู้ว่า Typographic มันมีความสำคัญอย่างไร เป็นอาชีพ เป็นธุรกิจได้ เพื่อเป็นการปูทางให้กับนักออกแบบรุ่นใหม่ พวกเขาจะได้มีพื้นที่ไว้โชว์ฝีมือ แล้วมันก็จะไม่ใช่แคตากอรี่ที่ตกหล่นอีกต่อไป”

เชื่อว่าการสนทนาในครั้งนี้ จะเปิดมุมมองใหม่ๆและทำให้การออกแบบตัวอักษร และการจัดวางตัวอักษรกลายเป็นหนึ่งในงานดีไซน์ที่ทุกคนไม่มองข้ามอีกต่อไปอย่างแน่นอน