เศรษฐพงศ์ โพวาทอง
ตุลาคม ๒๕๔๔
เรียบเรียงจากนามปากกา ไทโปไทป์ ของ เศรษฐพงศ์ โพวาทอง จากนิตยสารโมโน
-----> กราฟฟิกดีไซน์ที่ดีนั้นไม่ใช่แค่เพียงการนำภาพสวยๆ มาประกอบจัดวางเก๋ไก๋ นักออกแบบจำเป็นอย่างยิ่ง ที่จะต้องรู้จักเลือกตัวอักษรให้เหมาะสมอีกด้วย นักออกแบบตัวอักษร จัดเป็นผู้เชี่ยวชาญในศาสตร์ที่ไม่ได้ง่ายอย่างที่หลายคนเข้าใจ ในเมืองไทยมีนักออกแบบสิ่งพิมพ์เก่งๆหลายคน แต่นักออกแบบและจัดวางตัวอักษร จริงๆกลับมีน้อยกว่าน้อย และคงยิ่งน้อยลงไปอีกที่สามารถแสดงฝีมือให้ประจักษ์ในต่างประเทศ
อนุทิน วงศ์สรรคกร นักออกแบบที่หลงใหลในศาสตร์และศิลป์ของตัวอักษร เขาเป็นร่วมผู้ก่อตั้ง พฤติกรรมการออกแบบ เป็นที่รู้จักในต่างประเทศก่อนในบ้านเราเสียอีก เขาเป็นคนที่มีความคิดและวิธีพูดตรงไปตรงมา ชัดเจนในความมุ่งมั่น กว่าสองชั่วโมงของการสนทนา ทำให้เราได้สิ่งที่น่าสนใจมากมายมาถ่ายทอด
อนุทิน จบการศึกษาจาก คณะศิลปกรรม มหาวิทยาลัยรังสิต และมีความสนใจงานไทป์ มาตั้งแต่ยังเป็นนักศึกษา หลังจากนั้นเขาศึกษาปริญญาโทที่ แพรท อินสติธิว ในนิวยอรค์ อนุทินบอกว่าไม่ได้สนใจงานออกแบบตัวอักษรที่หวือหวา เขาให้ความสำคัญกับการนำไปใช้จริงมากกว่า ระหว่างที่เป็นนักศึกษาเขารวมทีมกับ นิรุติ กรุสวนสมบัติ เพื่อนคู่หูเพื่อรับงานจากหน่วยงานรัฐบาลไทยที่นั่น ทั้งสองทำงานเข้ากันได้ดี แนวทางไปด้วยกันได้ อนุทินถนัดในการออกแบบตัวอักษร ในขณะที่นิรุติทำงานแนวภาพประกอบ พิคเจอร์ฟอนต์ และไอคอน จึงทำให้เป็นส่วนผสมที่ดูลงตัว
เมื่อทำงานมาระยะหนึ่ง ทั้งสองจึงเกิดความคิดว่าควรที่จะมีแบบภาพประกอบ และ แบบตัวอักษร ที่เป็นลักษณะเฉพาะตัวในการทำงาน เพื่อควบคุมภาพรวมของงานให้ได้อย่างใจ การใช้แบบตัวอักษรที่ออกแบบเฉพาะของตนเอง ทำให้งานที่พวกเขาออกแบบมีคาแรคเตอร์ชัดเจนมากขึ้น หลังจากนั้นจึงเป็นจุดเริ่มให้คิดถึงการจำหน่ายในเชิงธุรกิจ
พฤติกรรมการออกแบบ ไม่ใช่การรวมตัวเพื่อออกแบบฟอนต์เพียงอย่างเดียวอย่างที่หลายคนเข้าใจ จุดมุ่งหมาย จริงๆของ พฤติกรรมการออกแบบ คือการรวมกลุ่มของนักวิชาการ นักการศึกษา นักค้นคว้า ที่เป็นนักออกแบบ การทำงานออกแบบในเชิงทดลอง พฤติกรรมการออกแบบ มีจุดมุ่งหมายในการชี้นำสังคม ผ่านงานและการประชาสัมพันธ์กิจกรรมของพวกเขา อนุทินยอมรับว่า การเป็นนักออกแบบและจัดวางตัวอักษร หรือที่เรียกว่าไทป์พอกราเฟอร์ เพียงอย่างเดียวในเมืองไทยนั้น ไม่สามารถสร้างรายได้ที่ดี และแน่นอนอย่างในต่างประเทศ ซึ่งสามารถทำเงินในเชิงธุรกิจที่ยั่งยืนได้
ปัจจุบันอนุทินออกแบบให้กับตัวแทนจำหน่ายฟอนต์ในต่างประเทศ ขณะเดียวกันเขาก็เปิดรับงานออกแบบในเมืองไทยบ้าง แต่พฤติกรรมการออกแบบจะมีข้อแม้เฉพาะตัวคือ รับเฉพาะงานที่ ไม่หวังผลในเชิงธุรกิจนำหน้าคุณค่าทางการออกแบบจนเกินไป โดยให้เหตุผลว่ารายได้ในการทำงานออกแบบสิ่งพิมพ์ เมื่อเทียบกับอุปสรรคในการขายงาน ไม่คุ้มกัน รายได้จากการทำงานเชิงวิชาการ และ การออกแบบตัวอักษร ก็สามารถทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้อยู่แล้วในส่วนหนึ่ง หากจะต้องทำงานเชิงพาณิชย์ ก็ขอทำงานที่ไม่มีข้อจำกัดทางการตลาดมากนัก
งานกราฟิกของ พฤติกรรมการออกแบบ เป็นงานที่อ้างอิงจากการทดลอง แต่เมื่อใช้จริงจะคำนึงถึงการการอ่าน การสื่อสาร และความเป็นเหตุและผลเป็นหลัก สำหรับงานออกแบบตัวอักษร อนุทินมองการทดลองในเชิงตัวอักษรว่า ตัวอักษรทุกตัวมีเพดานของมันในเรื่องของฟอร์มของการเป็นตัวอักษรนั้นๆ การออกแบบตัวอักษรจึงเป็นการเล่น และท้าทายกับองค์ประกอบภายในตัวอักษรและความเป็นไปได้อื่นๆ
อนุทินกล่าวว่า “ผมชอบเอาตัวอักษรมาเป็นการบอกข้อความ (Type as Message)” ผลของการใช้งานลักษณะดังกล่าว มันมีความลึกทางอักษรศาสตร์ บางทีมันบอกอะไรได้มากกว่าภาพ “ผมไม่ได้ต่อต้านภาพ จริงที่ภาพสามารถทำให้คนเข้าใจได้เร็วกว่า ง่ายกว่า คือมันไม่ต้องอาศัยความรู้ด้านภาษา” จึงทำให้การสื่อสารด้วยตัวอักษรเข้าถึงยากกว่า “เรามีความเชื่อในพลังของตัวอักษร” เขากล่าวเสริม
เขาแสดงความคิดเห็นต่อระบบการศึกษาการออกแบบในเมืองไทยที่เขาได้สัมผัส ในฐานะที่เคยเป็นทั้งนักศึกษาเอง และปัจจุบันเป็นอาจารย์ เขาให้ทัศนะว่า ถ้าจะเปลี่ยนแปลงการศึกษา คณะที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบในเมืองไทย เป็นเรื่องที่ใหญ่มาก บางมหาวิทยาลัยยังไม่เข้าใจเรื่องของตัวอักษรและการจัดวางเลยด้วยซ้ำ บางที่บุคลากรที่ชำนาญด้านนี้ก็ไม่มี เลยทำให้เรื่องทั่วๆไปพื้นฐานไม่แน่น
มันผิดมาตั้งแต่ต้นทางในวิชาอื่นๆด้วยที่ไม่ได้สอนให้นักศึกษาทดลอง แล้วนำผลทดลองมาปรับใช้ในงาน อาจารย์ประจำส่วนมากก็ไม่ค่อยทำการบ้านในการสอน ระบบตรงนี้ไม่ทำงานเราจึงไม่สามารถดึงศักยภาพของนักศึกษาออกมาได้ คนสอนก็คิดได้ในระดับไม่ต่างจากนักศึกษา สรุปก็คิดเหมือนกัน ทำเหมือนกัน ไม่ต่างกับการฝึกช่างฝีมือ การที่จะเป็นนักออกแบบต้องมองให้ได้ลึกซึ้งกว่าคนทั่วไป ไม่อย่างนั้นใครที่ใช้คอมพิวเตอร์เป็นก็ออกแบบได้
เราไม่เคยพยายามทำให้สังคมเข้าใจในสิ่งที่เราทำ คนทั่วไปเขาไม่รู้หรอกว่าเราทำอะไรกัน คนเข้าใจว่าแพทย์ทำอะไร วิศวกรทำอะไร พอมาศิลปะเนี่ย คนจะงงจำกัดความไม่ได้ การออกแบบควรที่จะชี้นำสังคม นี่เป็นลักษณะของประเทศที่เจริญแล้ว แต่บทบาทของการออกแบบในบ้านเราคือการทำตามสังคม จึงเป็นที่มาของการใช้เทคนิคมากกว่าทักษะทางการออกแบบ
อนุทินย้ำว่าเขาไม่ได้ปฏิเสธคอมพิวเตอร์ “ผมเข้าใจดีว่า เด็กยุคนี้เขาโตมากับคอมพิวเตอร์ แต่งานออกแบบไม่ได้ขึ้นอยู่กับคอมพิวเตอร์ ถ้ามันเป็นงานที่มีแก่นความคิดที่ดี คุณจะทำมันด้วยมือล้วนก็ได้ เทคนิคมันเป็นผงชูรสเท่านั้น” เขาวกมาแสดงความกังวลถึงการรับอิทธิพลจากนักออกแบบที่มีชื่อเสียง “นักศึกษาหรือแม้แต่นักออกแบบอาชีพเองอยากทำงานให้ได้ออกมาแบบ เดวิท คาร์สัน ได้อย่าง อิมมิเกรย์ คุณไม่อยากเป็นตัวเองกันหรือ?” เป็นคำถามที่น่าคิดและอยากฝากให้ลองคิดกันดู
เขาปิดท้ายการสนทนาด้วยประโยคบอกเล่าที่น่าคิดว่า “เราอย่าแต่เอากฎของโฆษณามาใช้กับการออกแบบกราฟิก จริงอยู่บางทีมันอาจจะใช้ได้ บางที...ย้ำ...บางกรณีแล้ว กราฟิกดีไซน์มันก็ต้องการความงามมากกว่าเหตุผล”
วงการกราฟิกของไทยอาจจะเงียบซบเซาลงไปมากในสามถึงสี่ปีที่ผ่านมา บริษัทที่มีสไตล์ของตัวเองชัดเจนก็ยิ่งหายาก แต่เราเชื่อว่าหากนักออกแบบรุ่นใหม่มีอุดมการณ์ที่แน่วแน่ในการสร้างงานคุณภาพ สามารถรวมตัวกันได้อย่าง กลุ่มพฤติกรรมการออกแบบ แล้วหละก็ อนาคตของวงการกราฟิกไทยคงไม่ใช่เพียงฝันกลางวันแสกๆอย่างแน่นอน